ลาก "ไอ้อ้วน" เดนคุกจอมหื่น ลวงเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ไปข่มขืนที่วัดร้างต่อหน้าพระประธาน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางคำสาปแช่ง หวิดถูกชาวบ้านฮือประชาทัณฑ์ ยอมรับสารภาพทำไปเพราะความเมา ตำรวจจัดหลายข้อหาหนัก พร้อมคัดค้านการประกันตัว

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.63 ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้นำตัวนายประทาน วังสอน อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 35 ม.6 บ้านหนองหญ้า ปล้อง ต.หนองสังข์ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาข่มขืนเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ที่วัดป่าชุมชนต่อหน้าพระประธาน แล้วนำไปข่มขืนต่อที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนายอ้วน คนร้าย ซึ่งรู้จักกับพ่อขอเด็กหญิง ได้ซื้อเหล้าขาวมา 1 ขวด และชวนพ่อเด็กกินเหล้า จนพ่อเด็กหญิงเมาและหลับไป ไอ้อ้วนเห็นลูกสาวเพื่อนเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงชวนลูกสาวเพื่อน ซ้อนท้ายจักรยานยนต์ ไปที่ร้านโทรศัพท์มือถือในหมู่บ้าน เพื่อไปดูโทรศัพท์มือถือที่ซ่อมไว้ แต่ซ่อมยังไม่แล้วเสร็จ มีกล้องวงจรปิดร้านโทรศัพท์มือถือจับภาพได้ ก่อนลวงเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ไปข่มขืนที่วัดร้างกลางป่าช้าท้ายหมู่บ้าน โดยใช้กำลังบังคับข่มขืนต่อหน้าพระประธานวัด เมื่อเด็กดิ้นจึงใช้มือบีบคอเด็ก พร้อมบังคับให้เหยื่อกินเหล้าขาว กินยาบ้า และใช้มีดจี้พาเหยื่อไปขืนใจต่อที่กระท่อมนาเชิงเขา

กระทั่ง 5 โมงเย็น พ่อของเด็กตื่นมาไม่เห็นลูกสาว จึงออกตามหาและถามชาวบ้านจนทราบว่า ลูกสาวซ้อนท้ายจักรยาน 2 ล้อไปไปกับนายอ้วน กระทั่งชาวบ้านออกติดตามพบคนร้ายนั่งอยู่บนเถียงนา (กระท่อมนา) คนร้ายได้ใช้มีดจี้ลากคอเหยื่อลงกระท่อมนา วิ่งตรงไปยังป่าทางขึ้นภูเขาไป ก่อนที่ จนท.และชาวบ้านระดมค้นหาจนถึง 21.00น. จนท.พบเด็กหญิงเคราะห์ร้ายปั่นจักรยาน 2 ล้อ ฝ่าความมืดมาตามถนนเข้าหมู่บ้านด้วยสภาพกเนื้อตัวมอมแมม และอิดโรย เมื่อเห็น จนท.ถึงกับโผกอดด้วยอาการตัวสั่น ก่อนที่ จนท.จะนำตัวเด็กหญิงเคราะห์ร้ายไปสงบสติ และปลอบประโลมให้หายหวาดกลัว จากนั้นได้รีบนำตัวเหยื่อไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแก้งคร้อ และจากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยถูกข่มขืน

...

ซึ่งตลอด 3 วันที่ผ่านมา ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้ส่งตำรวจสืบสวนจังหวัดไปสมทบกับตำรวจในพื้นที่ จนท.ป่าไม้ และชาวบ้าน กว่า 100 นาย เดินเท้าออกติดตามคนร้ายขึ้นภูเขาภูผาแดง มีชาวบ้านได้แจ้งเบาะแสพบไอ้อ้วน ไปขอข้าวกินกับแม่ชีที่วัดเขาวงกฎคีรี บ้านโคกสูง ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังจากได้กินข้าวแล้วจึงเดินออกจากวัดไป ขณะที่ชาวบ้านในละแวกบ้านที่มีทั้งหญิงและชาย บอกว่าได้เห็นชายแปลกหน้าสวมเสื้อสีเข้มเข้ามาขอข้าวกินภายในวัดเหมือนกัน ซึ่งชาวบ้านมารู้ที่หลังว่าเป็นคนร้ายข่มขืนเด็กหญิงหนีตำรวจ

กระทั่งเมื่อวาน (19 ส.ค.63) พ.ต.อ.ไพโรจน์ ขุ่นหมื่น รอง ผบก.ตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ได้นำกำลังไล่ล่ากว่า 100 นาย ปูพรมตรวจค้นบนเขาภูผาแดงทั้งพื้นที่ อ.แก้งคร้อ รอยต่อ อ.มัญจาคีรี ไล่ล่าจึงพบไอ้อ้วนหลบอยู่ซอกหินกำลังจะหนีจนท.ได้เข้ารวบตัวควบคุมลงจากภูผาแดง ขึ้นรถออกจากพื้นที่ด้วยความยากลำบากกว่าจะฝ่าฝูงของชาวบ้านออกมาได้ ก่อนนำตัวตัวมาแถลงข่าวที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ โดย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภาค 3 พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ รวมแถลงข่าวการไล่ล่าจนจับกุมนายประทาน วังสอน อายุ 50 ปี หรือไอ้อ้วนผู้ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ต่อสื่อมวลชนจำนวนมาก ซึ่งนายประทาน ผู้ก่อเหตุ ได้ยอมรับสารภาพทุกข้อหา ทำไปเพราะความเมาแต่ไม่ได้ข่มขืนผู้ต้องหา แต่ใช้อวัยวะสำเร็จความใคร่

ล่าสุดเวลา 11.30 น. กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ได้นำตัวไอ้อ้วน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งที่บ้านของเด็กหญิงวัย 11 ปี ที่วัดร้างกลางป่าช้าท้ายหมู่บ้าน ท่ามกลางชาวบ้านรอดูการทำแผนจำนวนมาก และนายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ได้เดินทางไปดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างใกล้ชิด และได้มีการสอบสอบถามมูลเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งในขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บรรดาญาติๆ ของเด็กหญิงวัย 11 ปี และชาวบ้านและญาติของเด็กหลายคนที่โกรธแค้นได้พยายามจะฝ่าแนวกั้นของตำรวจเพื่อที่จะเข้าไปทำร้าย ขณะที่จนท.กำลังพาขึ้นรถหลายครั้ง ทำให้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพทำได้เพียงจุดเดียว ต้องยุติการทำแผนฯ ซึ่งทั้งป้า ญาติเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ต่างได้รุมสาปแช่ง ให้มีโทษประหารชีวิตอย่างเดียว เพราะได้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ไม่ต้องออกคุกมาสร้างความหวาดกลัวของชาวบ้านอีก

ด้าน ผู้ต้องหา ยังให้การปฏิเสธไม่ได้มีการข่มขืน แต่ใช้อวัยวะ สำเร็จความใคร่ ด้านผลการชันสูตรพบอวัยวะเพศฉีกขาดถูกกระทำชำเรา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายเบื้องต้น ตั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ และโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่ออนาจาร ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมคัดค้านการประกันตัว.

...