ตำรวจ ปส.เผยเส้นทางแก๊งค้ายาเสพติด "ขนมเบื้อง" หลังรวบ 10 โจ๋ ขนยาโจ๋งครึ่มยาลอตใหญ่ ไอซ์ 450 กก. ยาบ้า 5.3 ล้านเม็ด
จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ บก.ปส.2 บช.ปส. บก.ปส.3 บช.ปส. ภ.จว.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ เป็นไอซ์ 450 กก. ยาบ้า 5,340,000 เม็ด ยาอี 18,000 เม็ด กัญชา 80 กก. เคตามีน 1 กก. และเฮโรอีน 350 กรัม พร้อมรวบผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 10 คน ได้แก่ 1. นายภาณุมาศ บุญหล้า อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 103 หมู่ 6 ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 2. นายสถาพร คำภูแสน อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 72 หมู่ 13 ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี 3. นายวิทยา จำปาเงิน อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 107/2 หมู่ 1 ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
4. นายธนู จำปาเงิน อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 135 หมู่ 8 ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี 5. นายรัชนัย หล่องบุตรศรี อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 11 หมู่ 6 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 6. น.ส.ลดาวรรณ สร้างนา อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 84 หมู่ 17 ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี 7. น.ส.กิริยา วิไลมุข อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 186 หมู่ 6 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 8. น.ส.บุษราภรณ์ ยวดทอง อายุ 19 ปีเศษ บ้านเลขที่ 51 ม.9 ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี 9. นายธีรพงษ์ ช่อเหมือน อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 412 หมู่ 4 ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ 10. นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปีนั้น
...
จากการสืบสวนกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ตอนในโดยใช้เส้นทางลำเลียงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 12 พ.ค.63 จ.สระแก้ว จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 คน พร้อมของกลาง ไอซ์ 800 กรัม ยาบ้า 101,000 เม็ด เหตุเกิดบริเวณ อ.เมือง ภ.จว.สระแก้ว และเมื่อวันที่ 19 ก.ค.63 บช.ปส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า 12,000,000 เม็ด เหตุเกิดบริเวณ จ.หนองบัวลำภู ต่อเนื่อง จ.เลย
โดยเมื่อวันที่ 14 ส.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว จึงได้สะกดรอยติดตาม พบว่ากลุ่มเป้าหมายใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ เดินทางไปรับยาเสพติดในพื้นที่ จ.บึงกาฬ จึงได้วางแผนจับกุมกลุ่มเป้าหมายพร้อมของกลาง โดยสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 16 ส.ค.63 ผู้ต้องหาจำนวน 8 คน เหตุเกิดบริเวณ จ.นครราชสีมา
ต่อมาในวันเดียวกันได้ขยายผลครั้งที่ 1 ผลการดำเนินการสามารถจับกุมผู้ที่มารับยาเสพติด จำนวน 2 คน เหตุเกิดบริเวณห้างเทสโก้โลตัส สาขาบางกรวย-ไทรน้อย และได้ขยายผลตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติดบริเวณ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบของกลางยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เป็นผลจากการขยายผลติดตามคดีที่ บช.ปส.จับกุมและยึดยาบ้า 12,000,000 เม็ด ดังที่ได้กล่าวแล้วมาข้างต้น โดยผู้ต้องหารับว่า ได้รับจ้างขนยาเสพติดเป็นจำนวนกว่าสิบครั้ง และมีชื่อเรียกกันในกลุ่มว่า "แก๊งขนมเบื้อง" โดยมีการผสมยาบ้ารูปแบบใหม่เพื่อแรงเร็วขึ้น
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 ส.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้ขยายผลครั้งที่ 2 ได้ขออนุมัติหมายค้นบ้านซึ่งนายธนู จำปาเงิน (ผู้ต้องหา ลำดับที่ 4) ได้เช่าไว้ เพิ่มเติมอีก 2 หลัง ในพื้นที่จ.อุดรธานี ผลการตรวจค้นพบยาบ้า ประมาณ 6,000 เม็ด และกัญชา ประมาณ 70 กก. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า
...
ผู้ต้องหาลำดับที่ 1 - 10 "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต" เพิ่มเติมเฉพาะผู้ต้องหาลำดับที่ 9 และ 10 "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" และ "ร่วมกัน มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต" อัตราโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์, ยาบ้า, ยาอี, เฮโรอีน) ข้อหาจำหน่าย / ครอบครองเพื่อจำหน่าย มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ เกิน 20 กรัมขึ้นไป โทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1,000,000 - 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ข้อหาครอบครอง โทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอัตราโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ข้อหาครอบครองหรือใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.