ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ตร.จับแอดมินและเจ้าของ "เพจพิษณุโลกคนกล้าฯ" ปล่อยข่าวปลอมฟัน พ.ร.บ.คอมฯ

    ไทยรัฐออนไลน์14 ส.ค. 2563 10:57 น.
    SHARE

    ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก จับแอดมินและเจ้าของเพจ "พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ" หลังโพสต์ข่าวปลอมว่า จนท.จับกุมกลุ่มผู้ชุมนุม โดยดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลเท็จเข้าระบบ

    เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 ส.ค. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.พิษณุโลก ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายเวหา แสนชนชนะศึก หรืออาร์ท อายุ 36 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แอดมินและเจ้าของเพจ "พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ" ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 183/2563 ลงวันที่ 13 ส.ค.2563 ซึ่งกระทำความผิดฐาน "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน" ที่ห้อง ศปก.ชั้น 2 สภ.เมืองพิษณุโลก

    พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เปิดเผยว่า จากรณีเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 เพจเฟซบุ๊ก "พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ" โพสต์ข้อความสรุปได้ว่า มีเหตุการณ์แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถูกกลุ่มบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำตัวไปจากบริเวณลานจอดรถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อมิให้เกิดการชุมนุมขึ้นในวันที่ 9 ส.ค. 2563 เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต่อมาผลการตรวจสอบปรากฏว่า มิได้มีเหตุการณ์ดังที่โพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก "พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ" ดังกล่าวข้างต้นแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนหาผู้ที่นำข้อความดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทราบตัวผู้กระทำผิด และศาลได้อนุมัติหมายจับ นายเวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามจับกุมตัวนายเวหาได้พร้อมโทรศัพท์มือถือและของกลางที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง

    “นายเวหา นั้นมีแรงจูงใจในการกระทำดังกล่าว เนื่องจากมีความรู้สึกร่วม และกระทำไปโดยไม่ได้ไตร่ตรอง จึงได้สร้างเหตุการณ์ขึ้นมา โดยเปิดเพจพิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ มีทั้งสร้างตัวตนทั้ง แอดมิน A แอดมิน B แอดมิน C โดยจากการตรวจสอบพบว่า นายเวหา ได้นำซิมโทรศัพท์ไปหลอกเปิดเบอร์ใช้นามผู้อื่น เพื่อจะได้เปิดเฟซบุ๊ก หรือ อวตารเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็เข้าไปตอบในคอมเมนต์หรือโพสต์ตัวเอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้

    ติดตามใช้เฟซบุ๊กและซิมการ์ดมือถือ จนกระทั่งจับตัวนายเวหาได้ในที่สุด” รอง ผบช.ภ.6 กล่าว

    จากการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้น นายเวหา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนฝักใฝ่เรื่องการเมือง เมื่อเห็นเยาวชนออกมาเคลื่อนไหวจึงอยากมีอารมณ์ร่วมด้วย จึงเปิดเพจ พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ แล้วโพสต์นัดหมายแนวร่วมมาชุมนุมในวันที่ 9 ส.ค.2563 ที่ริมตลิ่งหน้าวัดใหญ่ แต่ตนไม่ได้มาในวันนั้น แล้วลงข้อความว่าแกนนำถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปที่บ้านพักของข้าราชการใกล้กับค่าย ตชด.31 ก่อนที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อให้ผู้ติดตามหลงเชื่อว่าแกนนำถูกควบคุมตัวจริง โดยใช้ชื่อแอดมิน A, B และ C เขียนเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ต่อแกนนำลงในเพจ โดยไม่ได้เป็นจริงตามที่โพสต์ไป

    ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด พบว่า นายเวหาเคยถูกดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน (กรณีเนินมะปรางมารารอน) ท้องที่ สภ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก คคีอาญาที่ 149/2560 ศาลจังหวัดพิษณุโลกพิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 25,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ลงคำพิพากษาวันที่ 3 ก.ค. 2561 โดยนายเวหาขอใช้สิทธิ์ไม่แสดงตนในการแถลงข่าวครั้งนี้ ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวนำส่ง พ.ต.ท.เอกชัย พรมทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    จับแอดมินเพจพิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการโพสต์เฟซบุ๊กโพสต์ข่าวปลอมนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์สภ.เมืองพิษณุโลกข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 03:40 น.