รองโฆษก ตร.เผย กรณีสาวเบนซ์ดำเมาแล้วขับชนแล้วหนี ล่าสุด ยังให้การไม่ได้ โดยเตรียมแจ้ง 4 ข้อหา ทั้งเมาแล้วขับ ขับรถโดยประมาทฯ ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีตำรวจจับกุมหญิงสาวขับรถเก๋งเบนซ์สีดำ ขับรถเฉี่ยวชนยานพาหนะผู้อื่น ตั้งแต่แยกแครายมาจนถึงถนนพระราม 6 โดยเหตุดังกล่าวมีผู้ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ เนื่องจากผู้ต้องหายังไม่สามารถให้การได้ จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดพบปริมาณแอลกอฮอล์ 257 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นได้ส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เปาโล สะพานควาย ก่อนจะควบคุมตัวกลับมาแจ้งข้อหาในความผิดฐาน "ขับรถในขณะเมาสุราหรือสิ่งของมึนเมาอย่างอื่น, ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนผู้อื่นเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย, ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่"

ในข้อหาความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวง หากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง แต่หากให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนจะยื่นขอผัดฟ้องฝากขังผู้ต้องหาต่อศาล พร้อมสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

...

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ และกองบังคับการตำรวจจราจร กวดขันการตรวจสอบการขับขี่ยานพาหนะขณะเมาสุรา และด่านตรวจแอลกอฮอล์ต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดอัตราความสูญเสียต่างๆ ประกอบกับได้เน้นย้ำในการสร้างช่องทางการรับรู้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตราการในการป้องกัน สร้างความตระหนักในการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง โดยดำเนินการควบคู่กันไปทั้งการปลูกจิตสำนึกและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยในสังคม รวมทั้งดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน.