รองผบช.น.เผยความคืบหน้าคดียิง 4 ศพในบ่อนย่านพระราม 3 ล่าสุดรู้เบาะแสที่ซ่อนของแล้ว กำลังอยู่ระหว่างติดตาม ขณะที่ ศาลออกหมายจับ "บอย บ้านครัว" คดีฆ่าผู้อื่น โดยใช้ปืนก่อเหตุมากกว่า 2 กระบอก


จากกรณีมีเหตุกลุ่มคนลักลอบเล่นการพนัน และใช้อาวุธยิงกันภายในอาคารพาณิชย์ ภายในถนนพระราม 3 ซอย 66 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. รรท.ผบก.น.5 เปิดเผยว่า คดีการพนันทราบว่าในที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บ 4 คน ตอนนี้ได้สอบปากคำไปแล้ว 3 คน ส่วนอีก 1 คน แพทย์ยังไม่อนุญาตให้เข้าไปสอบ ในเบื้องต้นตอนนี้ทราบแล้วว่าเขาได้เข้าไปอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุจริง วันนี้ทางพนักงานสอบสวนจะไปแจ้งข้อหาเพิ่มในข้อหาร่วมกันเล่นการพนันและหลบหนี ส่วนการทำลายพยานหลักฐานจากการสอบปากคำเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ 2 ปาก ได้ให้การค่อนข้างเป็นประโยชน์ในทางคดี ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่เริ่มจะทราบเบาะแสแล้วว่านำสิ่งของไปเก็บซ่อนไว้ที่ไหนบ้าง เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หรือหน้าเสื่อ ในการเล่นการพนัน ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามอยู่ว่าไปเก็บซ่อนไว้ที่ไหนบ้าง เชื่อว่าวันนี้น่าจะเจอบางส่วนแล้ว

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนคดีฆาตกรรมตอนนี้ได้ออกหมายจับ นายพิพิธ ศรีสุวรรณ์ หรือ บอย บ้านครัว อายุ 61 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.442/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค. 2563 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา การสืบสวนในขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมอยู่ ทั้งนี้เชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีมากกว่า 1 คนแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานพยายามสืบให้ได้ว่าใครเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง มีการใช้อาวุธปืนมากกว่า 2 กระบอก กระบอกแรกเป็นของผู้ก่อเหตุคนแรก อีกกระบอกอยู่ระหว่างติดตามอาวุธปืนของนายบอยให้ได้ ส่วนอาวุธปืนที่เหลือขึ้นอยู่กับการสอบสวนต่อไป

...

รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า ส่วนตัวอาคารในจุดเกิดเหตุได้กำชับตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้จัดสายตรวจเฝ้าระวังพื้นที่ไว้ดูแลอย่างดีให้เรียบร้อย เรื่องคนเข้า-ออกต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าของอาคาร ส่วนการดัดแปลงพื้นที่ในส่วนนี้เกี่ยวกับทางเขต ทั้งนี้จะมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินการในเรื่องของการดัดแปลงอาคารต่อไป ในส่วนที่ผมรับผิดชอบ บก.น.5 ได้กำชับเพิ่มเติมไปแล้วให้เพิ่มความเข้มในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและอบายมุขทุกชนิด ทั้งนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงไปกำกับดูแลด้วยตัวเอง และฝ่ายสืบสวนและสอบสวนก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายพิพิธยังไม่มีการประสานเข้ามอบตัว ยังยืนยันว่าอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว หากมีผู้กระทำผิดเพิ่มเติมหากการสอบสวนไปถึงไหนก็จะดำเนินการ แต่จะไม่เร่งรีบ อย่างไรก็ตามในคดีฆาตกรรมหรือคนร้ายในการก่อเหตุครั้งนี้ ถ้าเร่งรีบไปจนพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็จะเกิดความเสียหายในภายภาคหน้าได้.