คดีโจรกรรม “หนังสือบุดสมุดข่อย” โบราณ ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ ล่าสุดตำรวจจับผู้ต้องหาได้แล้ว 1 ราย ไม่ใช่ใครที่ไหน ฝีมือคนในโพสต์ขาย ปล่อยตลาดมืด จ่อขอหมายจับอีก 1 ขณะที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ม.ราชภัฏนครศรีฯ ยังปิดเงียบไร้เจ้าหน้าที่

หลังจากเกิดเหตุการณ์การโจรกรรม “หนังสือบุดสมุดข่อย” โบราณที่เก็บรักษาไว้ในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยมีนักวิชาการไปพบขายอยู่ในตลาดมืดจำนวนมาก และพระเถรานุเถระได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์บิณฑบาตคืนหนังสือบุดสมุดข่อยจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองหนังสือบุดที่ได้ไปโดยมิชอบนำกลับมาคืนให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน โดยที่จะไม่มีการขยายผลใดๆ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่เก็บหนังสือบุดจำนวนหลายพันเล่ม และเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมทั้งอาจติดอยู่ในแหล่งเก็บหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณระดับโลก ถูกปิดเงียบทั้งหมด ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ในบริเวณศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ได้ให้ข้อมูลสำคัญถึงจำนวนหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณ ประกอบด้วยกลุ่มหนังสือบุดโบราณที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนไว้แล้วสูญหายไปทั้งหมด 309 เล่ม คงเหลือ 1,200 เล่ม กลุ่มที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเหลือ 1,300 เล่ม ในกลุ่มนี้ไม่ทราบจำนวนที่สูญหายอย่างแท้จริง แต่คาดว่าอาจสูงถึงหลัก 500-1,000 เล่ม โดยช่วงเวลาที่คาดว่าเกิดเหตุการณ์โจรกรรมนั้นมี ดร.ธีรวัฒน์ ช่างสาร เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยศิลปะและวัฒนธรรม

...

ขณะที่นางสาวพรทิพย์ ไพนุพงศ์ ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช ได้เปิดเผยถึงความสำคัญของหนังสือบุด ว่า ในทางวิชาการจะเรียกว่าเอกสารโบราณที่สำเร็จขึ้นมาด้วยการหัตถกรรม คือการทำด้วยมือไม่ใช่การพิมพ์ หลักๆ จะประกอบไปด้วยศิลาจารึก สมุดไทย คัมภีร์ใบลาน สำหรับหนังสือบุดทางวิชาการจะเรียกว่า สมุดไทย สำหรับหนังสือบุดนั้นจะมีทั้งตำรายาต่างๆ ตำราเวทมนตร์ โหราศาสตร์ การดูดวง สรรพวิชาโบราณอยู่ในสมุดเหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันมีคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้

ส่วนความคืบหน้าในทางคดี พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยราชภัฏได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนจนจับกุมตัวบุคคลที่โพสต์ขายหนังสือบุดโบราณไว้ได้แล้ว 1 ราย ซึ่งมีการสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าเตรียมขออนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 1 รายในเร็วๆ นี้.