ศาลสั่งจำคุก 1 ปี 9 เดือน ไม่รอลงอาญา รุ่นพี่ ปวส. เทคนิคมีนบุรี ตีนโหด ซ่อมน้องรหัสไม่ค่อยมาเรียน เตะหน้าอกจนขาดใจตาย อ้างทำไปเพราะรัก
เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญามีนบุรี ว่า ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีนบุรีและญาติผู้ตายเข้าร่วมเป็นโจทก์ ฟ้องนายศิริพันธ์ สิงห์พันธ์ อายุ 20 ปี อดีตนักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 1 สาขาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี เป็นจำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมให้กระทำหรือไม่กระทำโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังหรือใช้กำลังประทุษร้าย ตาม ป.อาญา มาตรา 290, 309 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมเดียวต่างกัน จำเลยให้การรับสารภาพ แต่เนื่องจากคดีนี้ในบทหนักมีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำ 3 ปี จึงไม่ใช่คดีที่มีโทษจำคุกอย่างต่ำตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ศาลจึงพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้อง "สืบพยานประกอบคำรับสารภาพ"
ศาลพิพากษาว่า อัยการฟ้องว่าเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2562 เวลากลางคืน จำเลยเป็นนักศึกษารุ่นพี่ของนายพันธดนย์ บุญครอง อายุ 16 ปี ผู้ตาย ซึ่งเป็นนักศึกษา ปวช.ปี 2 สาขาเดียวกับจำเลย ได้บังคับข่มขืนใจให้ผู้ตายนอนคว่ำหน้าและนอนหงายแล้วไถตัวไปข้างหน้าแล้วไถตัวกลับมาบนพื้นกรวด เป็นระยะทางประมาณ 10 เมตร ในลักษณะขู่เข็ญตะคอกโดยทำให้กลัว จนผู้ตายยอมจำยอมกระทำตามที่จำเลยข่มขืนใจ แล้วจำเลยใช้เท้าเตะที่หน้าอกผู้ตายหลายครั้งจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องเห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อาญา มาตรา 91
แม้ขณะกระทำจำเลยมีอายุ 19 ปีเศษ แต่พฤติการณ์แห่งคดีเป็นการร้ายแรงและจำเลยรู้ผิดชอบชั่วดีในการกระทำแล้ว ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้จำเลย ลงโทษจำคุกฐานทำร้ายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 3 ปี ฐานข่มขืนใจผู้อื่น 6 เดือน รับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณากึ่งหนึ่งคงรับโทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน แม้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม 1 แสนบาท แต่พฤติการณ์ร้ายแรง ไม่รอการลงโทษ ให้ออกหมายจำคุกไปเรือนจำ
...
สำหรับคดีนี้เรื่องเดิมมีอยู่ว่า วันเกิดเหตุ จำเลยกับพวกนั่งดื่มกินที่บ้านเพื่อนเลขที่ 78 ซ.รามอินทรา 62 แยก 22 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. โดยจำเลยเรียกผู้ตายซึ่งเรียนชั้นปวช. 2 และเป็นน้องรหัสจำเลย มาพบ ผู้ตายมาถึงจำเลยถามว่า "ทำไมไม่ค่อยมาเรียน เดี๋ยวเรียนไม่จบนะ เตือนหลายครั้งแล้ว" จากนั้นจำเลยเรียกผู้ตายไปลงโทษ โดยอ้างว่าเป็นการซ่อมน้อง ไม่ใช่รับน้อง โดยให้นอนกับพื้นแล้วให้พลิกตัวกลับไปมาไสตัวครูดกับพื้นกรวด จากนั้นจำเลยถามผู้ตายว่าจะให้เตะกี่ที ผู้ตายตอบว่า 2 ที จำเลยจึงเตะหน้าอกสองทีจากนั้นได้ให้ผู้ตายไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งพูดคุยกัน แต่ผู้ตายมีอาการไม่ดีจำเลยกับพวกจึงพานำส่ง รพ.นพรัตน์ แล้วขาดใจตาย แพทย์วินิจฉัยว่าหัวใจล้มเหลว จำเลยอ้างว่า เป็นการซ่อมน้อง ทำไปเพราะรัก.