ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พบพิรุธคดี “ยอดชาย” ถูกเชือดจู๋ เพื่อนเชื่อตายเพราะเมียเป็นหนี้นอกระบบ

    ไทยรัฐออนไลน์9 ก.ค. 2563 10:08 น.
    SHARE

    ชาวบ้านพบพิรุธคดี “ยอดชาย แสนสงค์” ฆ่าตัวตายปริศนา ผูกคอ ถูกของมีคมเชือดเจ้าโลก ลูกอัณฑะเลือดท่วม เนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีแก๊งทวงหนี้ขับรถมาหาถึงบ้าน 3 คัน อีกทั้งผู้ตายเป็นคนนิสัยดี ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย ขณะที่เพื่อนสนิทเชื่อตายเพราะเมียกู้เงินนอกระบบมาเล่นพนัน เป็นหนี้หัวโต

    จากกรณี การตายอย่างเป็นปริศนาของ นายยอดชาย แสนสงค์ อายุ 46 ปี ชาวบ้านเหมือดแอ่ ม.7 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งพบศพเมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภรรยา และญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านต่างพากันติดใจในการตายของนายยอดชาย เนื่องจาก ขณะที่แพทย์เวร รพ.หนองเรือ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรศพในเบื้องต้นนั้น ไม่แน่ใจในสาเหตุการตาย พบเลือดไหลออกจากร่างกายจำนวนมาก และพบบาดแผลที่อวัยวะเพศ ลูกอัณฑะถูกเชือดด้วยของมีคม ส่วนร่างกายช่วงล่างมีบาดแผลถลอก จึงส่งศพให้แพทย์นิติเวชชันสูตรตามขั้นตอน เพื่อสรุปสาเหตุการตายที่แท้จริง ซึ่งในเบื้องต้นภรรยาผู้ตาย ยืนยันจะยังไม่เผาศพสามี จนกว่าจะทราบผลตรวจชันสูตรของนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดสว่างมนาวาส บ้านเหมือดแอ่ ม.7 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตั้งสวดอภิธรรมศพของนายยอดชาย โดยญาติพี่น้องตั้งสวดอภิธรรมศพผู้ตายมาเป็นวันที่ 3 แล้ว ซึ่ง นางยุพิน พรมกัน อายุ 41 ปี ภรรยาผู้ตาย พ่อแม่ ญาติพี่น้องและชาวบ้าน ต่างพากันติดใจกับการตายในครั้งนี้ และภรรยายืนยันว่าจะยังไม่เผาศพสามีจนกว่าจะทราบผลการชันสูตรศพจากนิติเวชที่ชัดเจน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4 ขอนแก่น และแพทย์เวร รพ.หนองเรือ ร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุแล้ว ในเบื้องต้นแพทย์ไม่แน่ใจในสาเหตุการตาย จึงส่งศพให้แพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ทำการชันสูตรศพผู้ตายอีกครั้ง

    โดยในช่วงที่รอผลการชันสูตรจากนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำการสืบสวนสอบสวนชาวบ้าน และพยานแวดล้อม กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เข้าออกหมู่บ้าน รวมถึงการสืบสวนหากลุ่มที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ เพื่อนำตัวมาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับการตายของนายยอดชายหรือไม่ เนื่องจากภรรยาผู้ตายได้ยืมเงินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ รวมทั้งหมด 10 ราย รวมเป็นเงิน จำนวน 80,000 บาท โดยที่ผู้ตายไม่ทราบเรื่องใดๆ ด้วย ซึ่งต้องผ่อนจ่ายรายวัน วันละ 4,000 บาท เมื่อไม่มีเงินจ่าย ภรรยาจึงหนีออกจากบ้านไปเมื่อวันที่ 4 ก.ค. และวันที่ 5 ก.ค. นายยอดชาย ก็ถูกพบเป็นศพผูกคอตายในบ้านตัวเอง แต่สภาพศพมีเลือดไหลออกจากหว่างขา เมื่อแพทย์เข้าชันสูตรศพพบว่าที่ปลายอวัยวะเพศถูกของมีคมเชือดและกรีด ลูกอัณฑะถูกขลิบด้วยของมีคม จนเป็นบาดแผล เลือดไหลลงมาที่ขาและปลายเท้านองเต็มพื้น จึงส่งศพไปชันสูตรที่นิติเวช และถ้าการสอบสวนกลุ่มที่ปล่อยเงินกู้ เก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็จะถูกแจ้งข้อหา ส่วนการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการตายของนายยอดชายนั้น หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ทำประวัติแล้วปล่อยตัวไป

    และเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.หนองเรือ ได้ทำเรื่องประสานกับภรรยาและพ่อแม่ญาติพี่น้องของคนตายในการที่จะให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำศพผู้ตายกลับไปให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความกระจ่างถึงสาเหตุการตาย กรณีที่มีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศ แต่เจ้าอาวาสวัดสว่างมนาวาส ซึ่งเป็นน้าชายของผู้ตาย ที่ได้รับมอบอำนาจจากภรรยาและพ่อแม่ ให้จัดการเกี่ยวกับการตายของนายยอดชาย ไม่ยินยอมให้นำศพไปเด็ดขาด โดยให้เหตุผลว่า การชันสูตรศพครั้งแรกก็ทำไปแล้ว ยังไม่ทราบผลว่าตายด้วยสาเหตุใด ผูกคอตายเอง หรือมีคนกระทำ จึงไม่ให้นำศพไป ถ้าอยากได้ศพไปชันสูตรอีก ให้นำใบชันสูตรศพครั้งแรกมาให้ดู ถ้าญาติไม่พอใจ ก็ไม่ให้ และจะส่งศพไปชันสูตรที่อื่น

    ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสุริยา ซุยกระเดื่อง อายุ 52 ปี ชาวบ้านเหมือดแอ่ และเป็นเพื่อนคนตาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายยอดชาย ไม่น่าจะฆ่าตัวตาย เพราะเป็นคนที่ไม่เคยมีปัญหากับใคร เป็นคนดี และไม่น่าคิดสั้นเช่นนี้ คนที่สมควรตายคือคนที่ยืมเงิน และการตายของนายยอดชาย โดยส่วนตัวของตัวเองและเพื่อนบ้าน เชื่อว่าเกิดจากสาเหตุและมูลเหตุที่นางยุพิน ภรรยา ไปกู้หนี้เงินกู้นอกระบบมาเล่นการพนัน เพราะในหมู่บ้านมีบ่อนการพนัน และการปล่อยกู้นอกระบบให้นักพนัน ซึ่ง นางยุพิน ภรรยาผู้ตาย ได้มีการกู้เงิน จากเจ้าแรก เจ้าที่สอง จนถึงเจ้าที่ 10 เพื่อนำเงินมาเล่นพนันและใช้หนี้ จนมีจำนวน 80,000 บาท ผ่อนจ่ายวันละ 4,000 บาท แต่ไม่มีอาชีพที่สามารถยืนยันได้ว่าจะผ่อนชำระเงินจำนวนดังกล่าวได้ จึงต้องหนีไป เมื่อภรรยาหนีออกจากบ้าน สามีก็อยู่ที่บ้าน ทำมาหากินตามปกติกับลูก 2 คน

    “ก่อนจะเสียชีวิต นายยอดชาย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาหาบิดาที่ทุ่งนา เพื่อจะช่วยทำนา แต่บิดาบอกว่าให้ทำงานที่วัดช่วยน้าชาย นาพ่อแม่จะทำเอง เมื่อถึงเวลาเกี่ยวค่อยมาช่วยเกี่ยวเอาข้าวไปกิน นายยอดชายจึงกลับบ้าน จากนั้นก็มีคนขับรถมาทวงถามเอาเงินกับนางยุพิน ภรรยาที่หนีไปแล้วรวม 3 คัน คันสุดท้ายเป็นชายฉกรรจ์ ขับรถเก๋งสีขาว ติดทะเบียนด้านหน้า แต่ไม่ติดทะเบียนด้านหลัง มาถามหาบ้านนางยุพิน ชาวบ้านจึงชี้บอกว่าบ้านหลังใด โดยชายดังกล่าวมาในช่วงเวลาเย็นประมาณ 4-5 โมงเย็นของวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ นายยอดชาย อยู่บ้านคนเดียว เพราะลูกชายคนโตออกไปเตะฟุตบอลที่สนามหญ้าของโรงเรียนในหมู่บ้าน ห่างจากบ้านไปประมาณ 1 กม. ลูกชายคนเล็กก็ไปเล่นบ้านเพื่อน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว รถเก๋งคันดังกล่าวได้มาจอดที่หน้าบ้าน แต่ชาวบ้านไม่ได้ใส่ใจ ว่าคนในรถเก๋งมากันกี่คน ประมาณ 6 โมงกว่า ผ่านหน้าบ้านก็ไม่เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวแล้ว ชาวบ้านมาทราบเรื่องอีกทีก็ตอนที่ลูกชายไปบอกญาติพี่น้องว่า พ่อผูกคอตายในบ้าน ชาวบ้านจึงมาดู และเมื่อทุกคนเห็นสภาพศพ และการตรวจพิสูจน์ของแพทย์ ทุกคนพากันส่ายหน้า เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเป็นการผูกคอตายเอง ทุกคนมีความคิดตรงกันว่า นายยอดชาย ถูกทรมานจนหมดสติ จากนั้นก็มีคนจับมัดกับขื่อในห้องนอน เป็นการฆ่าอำพรางศพว่านายยอดชายฆ่าตัวตายเอง”

    ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายหมู ลูกชายคนโต ซึ่งเป็นลูกติดภรรยา อายุ 17 ปี และน้องชายวัย 7 ขวบ นั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าโลงศพของพ่อ นายหมูกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บ่ายสามโมงวันที่ 5 ก.ค. ออกจากบ้านไปเตะฟุตบอลกับเพื่อน ส่วนน้องก็ไปเล่นในหมู่บ้าน ที่บ้านพ่อจึงอยู่คนเดียว และไม่ทราบว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีคนเข้าออกบ้านหรือไม่ เพราะไม่เห็น กระทั่งน้องชายไปตามให้กลับบ้านไปเปิดประตูห้อง ว่าแม่โทรศัพท์มาจะคุยกับพ่อ แต่พ่อล็อกห้องนอน เรียกไม่มีเสียงตอบ เมื่อมาถึงจึงรีบปีนผนังห้องนอน มองข้ามไปยังห้องนอนพ่อ พบเชือกสีแดงมัดที่ขื่อ จึงรีบข้ามไป ปรากฏว่าพ่อผูกคอตาย แต่มีเลือดไหลออกมาจนเลือดนองเต็มพื้น จึงให้น้องชายไปบอกญาติพี่น้อง ส่วนตัวเองก็คุยโทรศัพท์กับแม่ และบอกแม่ในเรื่องที่พ่อผูกคอตาย ส่วนในห้องนอนพ่อนั้น เห็นถังสีเปล่า และเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ ล้มอยู่ที่พื้น แต่ไม่เห็นอาวุธหรือร่องรอยการต่อสู้ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าพ่อผูกคอตายเองหรือมีคนทำให้ตาย ก็อยากให้มีการชันสูตรที่ชัดเจนออกมาเร็วๆ

    ด้าน นางลำดวน แสงทอง 50 ปี และ นางลัดดา โสถอน 50 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้ตาย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาเคยเห็นคนฆ่าตัวตายจะไม่ใช่ลักษณะแบบนี้ คนนี้ไม่ฆ่าตัวตายแน่นอน เป็นคนทำมาหากิน รักลูกรักเมีย ไม่มีทางที่จะฆ่าตัวตายแน่นอน คิดว่าต้องมีคนฆ่าตายแล้วจัดฉากเหมือนให้เป็นการฆ่าตัวตาย มั่นใจว่าไม่ทำ แต่ก็เป็นความคิดส่วนตัว เพราะเห็นแล้วไม่ใช่ ตอนนี้สงสารผู้ตายอย่างมาก ส่วนตัวรู้จักกับผู้ตายเพราะเป็นคนนิสัยดี เคยทำงานด้วยกัน ทุกคนในหมู่บ้านรู้จักทุกคน เป็นคนนอบน้อม สุภาพ ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย ไม่ลักเล็กขโมยน้อย เป็นคนที่น่าสงสาร ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวอย่างเดียว ไม่ดื่มเหล้า ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด การตายครั้งนี้ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าใครฆ่า หรืออาจจะเป็นพวกเงินกู้หรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ก่อนหน้านี้มีคนติดหนี้เงินกู้นอกระบบและหนีไป 2 ราย ส่วนภรรยาผู้ตายเป็นรายที่ 3 และก็เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นกับสามีของภรรยาที่ติดหนี้เงินกู้นอกระบบ ตอนนี้ก็ภาวนาขอให้ทางตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสาเหตุการตายที่แท้จริงว่าตายเพราะสาเหตุใด ถ้ามีคนฆ่าก็ขอให้สามารถจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะทุกคนในหมู่บ้านเชื่อว่าไม่ใช่การฆ่าตัวตาย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ตายปริศนาผูกคอตายปริศนาเชือดจู๋แก๊งเงินกู้ยอดชาย แสนสงค์คดียอดชาย ล่าสุดข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 เวลา 05:47 น.