ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถึงคิวสอบลูกชาย “บรรยิน” เค้นแผนแหกคุก ยันไม่มีส่วนรู้เห็น มองไร้สาระ

    ไทยรัฐออนไลน์2 ก.ค. 2563 16:01 น.
    SHARE

    ลูกชายบรรยินเข้าให้ปากคำตำรวจกองปราบฯ ยอมรับเคยคุยโทรศัพท์กับ “ท็อป” ลูกน้องของพ่อ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องวางแผนแหกคุก เผยส่วนตัวมองว่าไร้สาระ ฝากสื่อลองประเมินกันเองมีความเป็นไปได้หรือไม่

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ค.2563 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายวรภัทร์ หรือ บอส ตั้งภากรณ์ อายุ 27 ปี ลูกชาย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าพบ พ.ต.อ.สัณห์เพ็ชร หนูทอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.พ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย รอง ผกก.1 บก.ป.ตามหมายเรียกเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานคดีการวางแผนชิงตัว พ.ต.ท.บรรยิน จากเรือนจำ หลังพบว่า นายวรภัทร์ เคยเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับนายณัฐพล หรือท็อป นรการ อายุ 30 ปี ลูกน้อง พ.ต.ท.บรรยิน หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว รวมถึงเคยมีการโทรศัพท์ติดต่อหากันในช่วงก่อนที่แผนการดังกล่าวจะถูกเปิดโปงขึ้นมา โดยใช้เวลานานการสอบปากคำนานร่วม 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

    นายวรภัทร์ กล่าวว่า แผนชิงตัวดังกล่าวนั้น ตนไม่ทราบเลยและยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนจะเป็นเรื่องจริงรึไม่ ไม่มีใครทราบ อยากให้สื่อมวลชนลองประเมินกันเองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ส่วนตัวมองว่าไร้สาระ ทุกวันนี้ยังรู้สึกสงสารในชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อ เพราะคดีความทั้งหมดนั้นยังไม่สิ้นสุด แต่สถานการณ์ต่างๆ ทำให้พ่อถูกบีบบังคับ ขณะที่ในส่วนของกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าตนรู้จักกับนายณัฐพล หรือท็อป ลูกน้องของพ่อที่อยู่ร่วมในแผนการครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่เพื่อนกัน เจ้าตัวอาจจะไปพูดเองหรือไม่ เพราะข้าวสักมื้อยังไม่เคยกินด้วยกัน เพียงแต่เคยไปเจอกันที่หน้าเรือนจำ ตอนที่ตนไปเยี่ยมพ่อและถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ของพ่อเท่านั้นเพราะนายท็อป ถูกขังอยู่แดนเดียวกับพ่อ แต่ยอมรับว่าเคยได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปกันมาก่อน

    ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองรอง ผบก.ป. กล่าวว่า จากแนวทางสืบสวนพบว่า หลังจากนายณัฐพล หรือท็อป ได้รับการประกันตัวออกมา ได้มีการติดต่อมาหานายวรภัทร์ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้ว่าเป็นการติดต่อพูดคุยเรื่องใด รวมถึงยังพบอีกว่า นายวรภัทร์ และ นายณัฐพล นั้น เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะพยานคดีดังกล่าว ส่วนความคืบหน้าของคดีในส่วนอื่นๆนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำเจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้ต้องขังรวม 2-3 ราย ทั้งหมดต่างให้การสอดคล้องกันว่า พ.ต.ท.บรรยิน ได้วางแผนการดังกล่าวจริง โดยในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) จะมีการประชุมชุดทำงานคลี่คลายคดีอีกครั้ง

    รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายวรภัทร์ ให้การว่า การที่นายณัฐพล เคยให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนถูกจับกุมตัวว่าเป็นเพื่อนเรียนด้วยกันนั้น เป็นการกล่าวอ้างของนายณัฐพลเองตนไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายณัฐพล หรือท็อป มาก่อน แต่เพิ่งมารู้จักกันตอนมาเยี่ยม พ.ต.ท.บรรยิน ที่เรือนจำแล้วพบเจอกัน เพราะนายณัฐพล อ้างว่า อยู่แดนเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยิน และคอยดูแลปรนนิบัติอย่างดี จึงแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกันไว้คอยถามไถ่ความเป็นอยู่ของ พ.ต.ท.บรรยิน ส่วนการที่นายณัฐพล โทรศัพท์ติดต่อมาหาหลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวออกมาจากเรือนจำ เพราะ พ.ต.ท.บรรยิน สั่งให้โทรศัพท์มาบอกให้ตนเองมาเข้าเยี่ยมก็เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรับทราบถึงแผนการชิงตัวดังกล่าวแต่อย่างใด

    รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้มีการเรียกสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ไปหลายรายพร้อมทั้งสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่างๆ แล้วนั้น ในเร็วๆ นี้พนักงานสอบสวนจะมีการประขุมติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ เพิ่มเติม หลังพบว่านอกเหนือจาก พ.ต.ท.บรรยิน แล้วยังมีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิดด้วย นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการออกหมายเรียกเชิญตัวนายกรณ์ กันเที่ยง ทนายความที่ประกันตัวนายสุธน หรือโจ กลับมาให้ปากคำเพิ่มเติมใหม่อีกครั้ง เนื่องจากคำให้การในครั้งแรกยังมีข้อสงสัยในบางประเด็น เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดทางคดีมากขึ้น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บรรยิน ตั้งภากรณ์บรรยินบรรยินแหกคุกบรรยิน วางแผนแหกคุกข่าวบรรยินข่าวบรรยินล่าสุดวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้