ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พฤติการณ์ “ผู้กองบอย” ฝ่ายหญิงเบื่อหน่ายขอเลิก ก่อนถูกกระสุนลั่นปลิดชีพ

    ไทยรัฐออนไลน์23 มิ.ย. 2563 12:16 น.
    SHARE

    เปิดพฤติการณ์ “ผู้กองบอย - ร.ต.อ.ทรงกรด” ฝ่ายหญิงเบื่อหน่ายขอเลิก ใช้อาวุธปืนจ่อไปที่ศีรษะก่อนกระสุนลั่นใส่ขมับภรรยาเสียชีวิต ด้านพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านประกันตัว เหตุไร้พฤติการณ์หลบหนี

    วันที่ 23 มิ.ย. 2563 ที่ศาลอาญา พ.ต.ท.สำรวย แสนสม พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว คุมตัว ร.ต.อ.ทรงกรด บุญส่ง หรือ ผู้กองบอย รอง สว.สส.สน.วังทองหลาง อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา กระทำผิดปืนลั่นใส่ น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือ ปูนิ่ม อายุ 30 ปี ภรรยา เข้าฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. - 4 ก.ค. 2563 เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก และรอผลตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง, ผลตรวจศพจากสถาบันนิติเวช และหลักฐานอื่นๆ โดยพฤติการณ์ในคำร้องระบุดังนี้

    • วันที่ 20 มิ.ย. เวลาประมาณ 01.00 น. ขณะที่ น.ส.พิมชฎาพร ผู้ตาย ซึ่งเป็นภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสของ ร.ต.อ.ทรงกรด นอนหลับพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักย่านคลองจั่นเพียงผู้เดียว และผู้ต้องหาซึ่งรับราชการเป็นตำรวจ หลังกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ มาที่บ้านพักและเรียกให้ผู้ตายลงมาเปิดประตู เมื่อ น.ส.พิมชฎาพร ผู้ตายลงมาเปิดประตูแล้วก็ได้ขึ้นไปนอนต่อที่ชั้น 2 ของบ้าน ส่วนผู้ต้องหานั่งดื่มเบียร์ดูโทรศัศน์อยู่บริเวณชั้นล่าง
    • เวลาประมาณ 05.46 น. ผู้ต้องหาได้ขึ้นไปนอนกับ น.ส.พิมชฎาพร ตามปกติ แต่เนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่ผู้ต้องหาที่ไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว และเป็นเช่นนี้ประจำ น.ส.พิมชฎาพร เกิดความเบื่อหน่ายและบอกว่าเครียด อยากอยู่คนเดียว จากนั้น น.ส.พิมชฎาพร จึงเดินไปนอนอีกห้องและล็อกประตู ร.ต.อ.ทรงกรด จึงได้เดินตามไปและให้ผู้ตายเปิดประตู แต่ น.ส.พิมชฎาพร ไม่ยอมเปิด ผู้ต้องหาเกิดความโกรธจึงได้ใช้เท้าถีบพังประตูเข้าไป และดึงตัวมานอนที่ห้องตามเดิม แต่ผู้ตายไม่ยอมพร้อมขอเลิกและจะนำลูกไปด้วย
    • ต่อมาเกิดการโต้เถียงทะเลาะกัน น.ส.พิมชฎาพร จึงเดินลงมานอนบนโซฟาบริเวณชั้นล่างของบ้าน ผู้ต้องหาเดินตามลงมาและถืออาวุธปืนพกสั้นขนาด .45 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำตัวมาด้วย และเดินเข้าไปหา น.ส.พิมชฎาพร จนโต้เถียงกันอีก ร.ต.อ.ทรงกรด ผู้ต้องหาเกิดความโกรธจึงได้ใช้อาวุธปืนจ่อไปที่ศีรษะ น.ส.พิมชฎาพร เพื่อข่มขู่ แต่ผู้ตายใช้มือกำปืนไว้ จากนั้นปืนลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกที่ศีรษะขมับด้านซ้ายเป็นเหตุให้ น.ส.พิมชฎาพร ถึงแก่ความตายบนโซฟาในที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาเกิดความตกใจกลัวจึงแจ้งเหตุกับพนักงานสอบสวนว่า น.ส.พิมชฎาพร ฆ่าตัวตาย

    จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีพยานหลักฐานยืนยันว่าผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง น.ส.พิมชฎาพร ถึงแก่ความตายจึงได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.ทรงกรด กระทั่งวันที่ 22 มิ.ย. ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ขณะที่ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยให้การว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่เป็นอุบัติเหตุ โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ระบุว่า หากผู้ต้องหาขอประกันตัว พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี และไม่มีพฤติการณ์ยุ่งเหยิงต่อพยาน

    ทางด้าน นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของ ผู้กองบอย เปิดเผยว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์เงินสด 500,000 บาท ขอยื่นประกันตัว ส่วนศาลจะอนุญาตหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ส่วนเรื่องคดีต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงและคำให้การของ ผู้กองบอย ว่าเป็นอย่างไร โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว คุมตัว ผู้กองบอย ไปชี้จุดที่เกิดเหตุโดยทางผู้ต้องหาได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยดี.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทรงกรด บุญส่งทรงกลด บุญส่งผู้กองบอยตำรวจฆ่าเมียพิมชฎาพร ภูแย้มไสย์พฤติการณ์ ผู้กองบอยขอเลิก

    คุณอาจสนใจข่าวนี้