แม่เด็กชายวัย 11 ปี เชื่อลูกไม่ได้ข่มขืน ด.ญ.วัย 12 ปี หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีโฉด ลั่นรู้นิสัยเปิดอกคุยกันตลอด ยืนยันลูกชายไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้น กลับมาไม่เคยเจออยู่บ้าน ไปแว้นไปซิ่งทุกวัน

จากคดีโฉดเครือญาติหื่นกาม 7 คน รุมข่มขืนมาราธอน ด.ญ.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุพรรณบุรี โดยเรื่องแดงขึ้นเพราะ น.ส.กวาง (นามสมมติ) พี่สาว พา ด.ญ.ก้อย ไปรักษาอาการมดลูกอักเสบที่ รพ.เจ้าพระยายมราช พบว่าสาเหตุมาจากถูกข่มขืน จนมีการสอบสวนรวบรวมหลักฐานจับกุมตัวแล้ว 5 คน ได้แก่ นายอนันต์ นรินทร์นอก อายุ 51 ปี นายทรงวุธต์ หันกลาง อายุ 21 ปี นายประเชิญ ชาวปลายนา อายุ 32 ปี นายพะเยาว์ เรืองฤทธิ์ อายุ 32 ปี และนายสุรัตน์ ภูฆัง อายุ 34 ปี และได้ส่งตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี มีเพียงนายสุรัตน์ ได้รับการประกันตัว ที่เหลือถูกส่งเข้าเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนผู้กระทำผิดอีก 2 คน เป็นเด็กชายอายุ 11 ปี และ 14 ปี ตำรวจอยู่ระหว่างประสานกับผู้ปกครองพาเข้าให้ปากคำตามขั้นตอน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.2563 ที่โรงเรียนวัดประชุมชน ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองสุพรรณบุรี นายชนะ สุ่มมาสต์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย น.ส.จีระวรรณ ปักกัดตัง ผู้อำนวยกลุ่มคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิเด็ก สพฐ. ได้นำนักจิตวิทยาของกระทรวงศึกษาธิการ ไปประชุมร่วมกับนายกเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูประจำชั้นที่เด็กเรียนอยู่ และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อหาข้อมูลและแนวทางช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งเตรียมการจัดหาโรงเรียนเพื่อรองรับการย้ายสถานที่ศึกษาหากเด็กต้องการจะย้ายโรงเรียน จะได้ประสานกับโรงเรียนที่มีความพร้อมในการรับน้อง ซึ่งกำลังจะขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้อยู่ในความดูแลของโรงเรียนที่น้องมีความประสงค์จะเข้าไปเรียนและมีความปลอดภัย เพราะจากประวัติการเรียนของน้องนักเรียนหญิงที่ถูกข่มขืนรายนี้ มีผลการเรียนที่ดี ทุกครั้งที่ถูกส่งไปแข่งขันระดับประเทศก็ได้คะแนนสูงมาตลอด ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องสภาพจิตตามที่กลุ่มผู้กระทำผิดกล่าวอ้าง

...

ด้าน นางเอ (นามสมมติ) แม่ของเด็กชายอายุ 11 ปี ที่ตกเป็นผู้ต้องหา เผยว่า หลังเกิดเรื่องก็ถามลูก เพราะทุกทีที่กลับมาจากทำงานจะมีคนมาฟ้องว่าลูกไปแว้นไปซิ่งอยู่ตลอด แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่มีใครเคยมาฟ้อง เพราะลูกไม่เคยอยู่บ้านเลย เวลาที่แม่ออกไปทำงาน ลูกจะเอารถออกไปแว้นไปซิ่งตลอดเวลา และมาเจอข่าวแบบนี้ไม่รู้ว่าลูกทำจริงหรือไม่จริง ก็สอบถามเขา และเขาก็บอกกับตนว่า “หนูไม่ได้ทำ ไม่เคยทำ เพราะเขาไม่เคยอยู่บ้าน” เขาก็พูดแค่นั้น ก็เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไง เราก็ออกไปทำงานไม่ได้อยู่บ้านเหมือนกัน

“ส่วนความคิดของตน คิดว่าลูกไม่ได้ทำเพราะรู้นิสัยลูก มีอะไรเขาจะเปิดอกคุยกับตนตลอด แต่กับพ่อเขาจะไม่ค่อยคุย เพราะพ่อเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน อย่างจะไปซิ่งไปแว้นก็จะมาขอกับตนตลอด ทุกวันนี้เขาถึงบอกไว้ใจแม่คนเดียว ถึงเวลาลูกพูดอะไรตนยอมรับว่าเชื่อลูก ลูกชายถือว่าสนิทกับน้องผู้หญิง เพราะเรียนด้วยกัน โตมาด้วยกัน บ้านไม่ได้ห่างกัน คือเป็นเครือญาติเดียวกันหมด ตอนรู้เรื่องทีแรกเสียใจมากเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คิดตลอดว่าลูกจะกล้าทำขนาดนั้นเลยเหรอ ในส่วนตนยังเชื่อว่าลูกไม่กล้าและไม่ได้ทำแน่นอน แต่ถ้าทำผิดจริงก็ว่าไปตามผิดก็ยอมรับ แต่ถ้าไม่ผิดก็ขอความเป็นธรรมหน่อย พร้อมจะพาไปพบตำรวจในวันพรุ่งนี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี คดีศาลแขวง ได้ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ และข้อเท็จจริงด้วยตนเองว่าข้อมูลที่ได้รับมามีความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเพื่อเก็บข้อมูลไว้ในการประเมินเรื่องของคดี แทนที่จะฟังและอ่านจากสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมาเพียงอย่างเดียว ส่วนตัวเด็กก็จะประเมินสภาพแวดล้อมในชุมชนด้วย ถ้าดูแล้วไม่ดี ผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูให้ปลอดภัยได้ ก็ต้องดำเนินการถอนอำนาจการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่และมีชีวิตใหม่ ส่วนถ้ามีพฤติกรรมการข่มขู่ ทำร้าย กดดัน ไม่ให้พูดความจริง จนคดีเปลี่ยน ก็จะมีการเรียกผู้ที่ข่มขู่มาทำทัณฑ์บน ถ้ายังมีอีกก็อาจจะถูกดำเนินคดี

ส่วนตัวผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัวไปข่มขู่พยานหรือยุ่งเหยิงกับพยาน ก็สามารถขอถอนประกันได้ โดยขณะนี้เรื่องยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน หากมีการข่มขู่เกิดขึ้นก็ไปให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนแล้วยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอถอนประกันต่อไป.