จับแล้ว 5 คนร้ายฆ่าโหดฝังดินสวนมะพร้าว บ้านทุ่งขมิ้น ที่แท้เป็นเพื่อนเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ ป.1 เหตุคิดว่าเพื่อนเป็นสายให้ตำรวจ จนทำให้แม่ถูกจับคดียาเสพติด ผบช.ภ.9 ตั้งโต๊ะแถลงเองระบุ เพื่อนทั้ง 5 ทั้งรุมซ้อม จอบตีจนตาย ก่อนนำร่างยัดกระสอบและถุงดำสวมทับอีกที แล้วยิงซ้ำเพื่อแน่ใจตายสนิท ก่อนนำจยย.ผู้ตายไปทิ้งสระน้ำ ขณะที่แม่ผู้ตายลั่นทั้งน้ำตาไม่ต้องมาขอขมาลูก และจะไม่ยกโทษ ทั้งที่เป็นเพื่อนกันยังทำได้ และลูกชายตนยังมีลูกเล็กที่เพิ่งเกิดเห็นหน้าพ่อได้ 3 วัน
จากกรณีคนร้ายฆ่าฝังดิน นายวรัญชิต หนูสันทัด หรือ ฟิล์ม อายุ 23 ปี หลังหายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเวลา 20 วัน และเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) พบศพถูกฆ่ายัดใส่ถุงดำและกระสอบ นำไปขุดหลุมฝังไว้ในพงหญ้า ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่หมู่ 6 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายคนร้ายได้นำไปทิ้งในบ่อปลาร้างในพื้นที่หมู่ 1 บ้านทุ่งโหนด ต.นาหม่อม โดยตำรวจพบเบาะแสสำคัญจากเลสข้อมือซึ่งตกอยู่ข้างขนำในสวนมะพร้าว พื้นที่บ้านนาต้นปีก หมู่ 8 ต.ทุ่งขมิ้น อ.นาหม่อม จ.สงขลา ซึ่งทีแรกคาดว่าอาจจะถูกฆ่าฟังดินในสวนมะพร้าวเพราะพบชิ้นส่วนกระดูกแต่ปรากฏว่าไม่ใช่
...
ล่าสุดเวลา 15.00 น. วันนี้ (29 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมคนร้ายได้ยกทีมทั้งหมด 5 ราย ซึ่งทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ตายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน และมั่วสุมเสพยาเสพติดด้วยกัน
ที่ สภ.นาหม่อม พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้แถลงข่าวได้จับผู้ต้องหา 5 คน ประกอบ นายนัฐศาสตร์ หรือนิว แก้วทองกุล อายุ 24 ปี, นายวรากร หรือกร ปานเมือง อายุ 30 ปี, นายอภิรักษ์ หรือมิน สะอาด อายุ 26 ปี, นายพงศธร หรือโอม พืชน์ไพฑูรย์ อายุ 23 ปี และนายกิตติพัฒน์ หรือต้น แก้วสกูล อายุ 30 ปี ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนฯ, ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ซึ่งทั้ง 5 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ผบช.ภ.9 กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้หน้าที่ได้ยึดของกลางในคดีนี้อีก 7 รายการ ประกอบด้วยสร้อยข้อมือ ที่พบข้างขนำจุดแรก อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ที่ใช้ยิงกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 4 นัด ซองปืนผ้า จำนวน 1 ซอง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีม่วง คมค-384 สงขลา หมายเลขเครื่องมีร่องรอยการขูดลบ ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย หัวกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 หัว ในศพของผู้ตาย และจอบ 1 เล่ม ที่ใช้ตีหัวผู้ตาย โดยนี้มีสาเหตุมาจาก นายวรัญชิต หรือฟิล์ม ผู้ตายมีเรื่องกับ นายนัฐศาสตร์ หรือนิว หนึ่งในคนร้าย เพราะนายรัฐศาสตร์ เข้าใจว่า นายวรัญชิต เป็นสายให้ตำรวจไปแจ้งจับแม่ของตน ซึ่งถูกตำรวจจับคดียาเสพติดที่บ้านพักก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องราว 2 สัปดาห์ และในวันเกิดเหตุซึ่งเป็นคืนวันที่ 10 พ.ค. ช่วงตี 3 นายวรัญชิต ได้ส่งข้อความไปหานายนัฐศาสตร์ ซึ่งกำลังนั่งมั่วสุมเสพยาเสพติดกับพวกทั้ง 5 คน อยู่ที่ขนำในสวนมะพร้าวพื้นที่หมู่ 6 ต.ทุ่งขมิ้น ว่าจะเข้าไปเอายาเสพติด และจังหวะนั้น นายพงศธร หรือโอม ได้นำโทรศัพท์มือถือ ของนายนัฐศาสตร์ ส่งข้อความกลับไปต่อว่า นายวรัญชิต ที่เป็นสายให้ตำรวจ
และทันทีที่นายวรัญชิต มาถึงขนำก็ได้เดินไปต่อยหน้า นายพงศธร จากนั้นทั้งหมดจึงรุมทำร้าย นายวรัญชิต ทั้งเตะและใช้จอบตีเข้าที่ศีรษะ ทำให้นายวรัญชิต ต้องวิ่งหนีตายเข้าไปในป่าสวนยางแต่ก็ถูกทั้ง 5 คนวิ่งไปจับตัวกลับมารุมซ้อม และตีด้วยไม้ฟืนจนฟุบกับพื้น และเชื่อว่าน่าจะเสียชีวิตคาที่
จากนั้นนายวรากร ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับไปเอาอาวุธปืน .38 มาจากบ้าน และร่วมกับนายนัฐศาสตร์ ช่วยกันนำร่างพับขายัดใส่กระสอบและนำถุงพลาสติกสีดำสวมที่บริเวณศีรษะนำร่างพาดกับรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย นำศพไปทิ้งริมถนนสายเอเชีย ตรงข้ามโรงงานแอสฟัลต์โชคบัญชา หมู่ 2 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม โดยนายวรากร เป็นคนขับรถ ส่วนนายนัฐศาสตร์ นั่งซ้อนท้ายทับศพ และนายนัฐศาสตร์ ยังได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงซ้ำที่บริเวณศีรษะซ้ำอีก 1 นัดเพื่อให้แน่ใจว่าตายจริง แล้วจึงขับรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปทิ้งที่บริเวณสระน้ำ บ้านทุ่งโตนด ม.1 ต.นาหม่อม และโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับกลับไปยังขนำที่เกิดเหตุอีกครั้ง ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีในช่วงรุ่งเช้า
กระทั่ง น.ส.อังศุวีร์ ขุนหมุน แม่ของนายวรัญชิต ได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.นาหม่อม เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา สุดท้ายตำรวจก็ทำการสืบสวนเริ่มจากแค่คนหายธรรมดาจนกลายมาเป็นเหตุฆาตรกรรมสะเทือนขวัญอีกคดี
...
ด้าน น.ส.อังศุวีร์ แม่ของผู้ตายซึ่งเดินทางมาที่ สภ.นาหม่อม เพื่อดูการแถลงข่าวจับกุมคนร้าย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ดีใจที่จับคนร้ายได้ และแค้นใจที่ทำไม่ต้องมาทำกับลูกตนแบบนี้ ยืนยันว่าลูกตนไม่ได้เป็นสายให้กับตำรวจ ที่ทำให้แม่ของนายนัฐศาสตร์ หรือนิว ถูกจับ เพราะตำรวจจะไปจับนิวแต่วันนั้นมีแม่อยู่ และตำรวจก็พบยาเสพติดอยู่ในบ้านจึงต้องจับกุม
น.ส.อังศุวีร์ บอกว่า ทั้ง 5 คนใจดำมาก เพราะเป็นเพื่อนกัน โดยเพาะนิวเป็นเพื่อนรักกับลูกชายมากินมานอนที่บ้านเป็นประจำ และเรียนห้องเดียวกัน ตั้งแต่ ป.1-ป.6 หรือถ้าทั้ง 5 คนจะมาขอขมา หรือมาเคารพศพลูกชายก็ไม่ต้องมา เพราะตนไม่ให้อภัย และจะไม่ยอมความให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพราะใจดำเกินไป ฆ่าได้แม้กระทั่งเพื่อน ที่สำคัญลูกชายตนยังมีลูกที่เล็กๆ อีก 2 คนคนโตปีกว่า ส่วนคนเล็กอายุ 20 วัน และเพิ่งเห็นหน้าพ่อได้เพียง 3 วันเท่านั้น “อยากกอดลูก อยากให้ลูกมาหา” ก่อนที่จะเป็นลมล้มฟุบไปต่อหน้าผู้สื่อข่าว จนหน่วยกู้ภัยต้องพาตัวไปปฐมพยาบาลที่รถพยาบาล นอกจากนี้ระหว่างที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง 5 คนขึ้นไปยัง สภ.นาหม่อม น.ส.อังศุวีร์ ก็ยังตะโกนถามด้วยความแค้นว่า ทำกับลูกตนได้อย่างไร.
...