ปคม.แถลงการขยายผลทลายขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ เครือข่าย "เจ้า หราน" รวบ 22 ราย ส่วนอีกคนถูกจับที่จีน พบเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท สั่งดำเนินอายัดบ้าน ที่ดิน รถ รวมกว่า 100 ล้าน อธิบดีสบส. เผย แพทย์ พยาบาล ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีด้านอาญา และจรรยาบรรณแพทย์ หากผิดดำเนินการถอนใบอนุญาต และ ปชช.พบเบาะแสแจ้งได้ที่ 1426
กรณี บก.ปคม. ร่วมคอมมานโด 904 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกทลายเครือข่ายขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ค้นเป้าหมาย 10 จุด รวบ 2 ผัวเมียชาวจีน และคนไทยร่วมแก๊ง 9 คน ยึดทรัพย์ร่วม 100 ล้านบาท สุดอึ้ง 1 ในบ้านเป้าหมายที่ตรวจค้นย่านนาคนิวาส พบทารกวัยแบเบาะ 2 คน และหญิงไทยที่รับจ้างตั้งท้องอีก 7 คน ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหา แต่คัดแยกออกมาในฐานะเหยื่อ กลุ่มนายหน้าชาวจีนรับออเดอร์จากเศรษฐีชาวจีนที่ต้องการบุตร ด้วยการชักชวนสาวไทยให้ตั้งท้องแทนในราคา 4-5 แสนบาท ต่อการคลอดลูก 1 คน แต่ถ้าได้ฝาแฝดค่าจ้างจะสูงถึง 6 แสนบาท หากตกลงกันได้จะพาไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเลี่ยงกฎหมาย เมื่อตั้งท้องแล้วจะพากลับมาประคบประหงมในไทย ก่อนจะพาไปคลอดที่จีน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.63 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ที่ บก.ปคม. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย ผอ.กองคดี 2 สำนักงาน ปปง. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม. แถลงปิดคดีทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ
...
พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวว่า บก.ปคม.ตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการทลายขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งอุ้มบุญข้ามชาติตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.63 โดยจัดกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแม่อุ้มบุญ 2.กลุ่มหญิงขายไข่-ชายขายอสุจิ 3.กลุ่มนายหน้าจัดหาแม่อุ้มบุญ 4.กลุ่มนายหน้าติดต่อนายทุนจีน และกลุ่มนายทุนจีน ภายหลังปฏิบัติการร่วมทุกหน่วยงาน มีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องประมาณ 500 ราย ก่อนมีการออกหมายจับกุมผู้ต้องหาลอตแรก 13 ราย จับกุมได้ 11 ราย และมีหญิงไทยถูกจับที่จีน 1 ราย และนายหยาง เฉิน ผู้ต้องหาชาวจีนหลบหนี 1 ราย ล่าสุดออกหมายจับผู้ต้องหาลอตที่ 2 จำนวน 10 รายเป็นกลุ่มแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ กลุ่มนี้มีการมอบตัว และเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 10 รายแล้ว รวมออกหมายจับทั้งหมด 23 ราย จับกุมได้ 22 ราย (รวมหญิงไทยที่ถูกจีนจับกุม) เหลือเพียงชาวจีนที่ยังหลบหนี 1 ราย
ด้าน พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า จากพฤติกรรมเครือข่าย "เจ้า หราน" ทราบว่า แม่ชาวจีนมีปัญหาการตั้งครรภ์ไม่ได้จะติดต่อนายหน้าซึ่งมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่เคยเป็นแม่อุ้มบุญผันตัวมาเป็นนายหน้า หรือ กลุ่มนายหน้าโดยตรงจะหาแม่อุ้มบุญ โดยก่อนปี 58 ยังไม่มีกฎหมายการอุ้มบุญมักลักลอบทำในประเทศไทย แต่เมื่อมีกฎหมายดังกล่าวจึงเดินทางไปฝังตัวอ่อนที่ประเทศลาวและเวียดนาม ก่อนกลับเข้าพักที่ไทยจนครบกำหนดคลอด บางส่วนจะคลอดในไทยก่อนพาเด็กไปส่งยังพ่อแม่ที่ประเทศจีน ขณะที่แม่อุ้มบุญอีกส่วนจะไปคลอดที่จีนแล้วส่งเด็กให้พ่อแม่และบินกลับไทยมาคนเดียว
พ.ต.อ.ณรงค์ เผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด 21 รายที่จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา คณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการพิจารณา ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องตามความผิด "สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ร่วมกันซื้อ เสนอซื้อ ขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน"
ด้าน นพ.ธเรศ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ บก.ปอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันทลายเครือข่ายอุ้มบุญข้ามชาติชาวจีน ซึ่งเป็นขบวนการที่ซับซ้อนและยากแก่การทลาย ที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถานพยาบาลกว่า 100 แห่ง ที่ดำเนินการเรื่องเทคนิคทางการแพทย์ชั้นสูง หรือการผสมเชื้อ ฝังตัวอ่อน อย่างถูกกฎหมาย ในกรณีที่ต้องการมีบุตรจริงๆ แต่ไม่สามารถทำได้กว่า 400 รายแล้ว ต่อมามีการออกพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ มีผลยังคับใช้เมื่อปี 58 จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการทลายแก๊งอุ้มบุญอย่างผิดกฎหมาย
...
"ในส่วนแพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ และสถานพยาบาล ที่เกี่ยวข้องในคดีอุ้มบุญข้ามชาตินั้น ดำเนินคดี 2 ส่วน 1.ด้านคดีอาญา ให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ และ 2.ส่วนวินัยและจรรยาบรรณแพทย์ ทาง สบส.จะมีการตั้งกรรมการสอบ ซึ่งหากพิจารณาสรุปว่าผิดจริง จะดำเนินการถอนใบอนุญาต และถอนใบอนุญาตประกอบการสถานพยาบาลนั้นๆ ทันที หากประชาชนมีเบาะแส แจ้งได้ที่สายด่วน สบส.หมายเลข 1426" นพ.ธเรศ กล่าว
ขณะที่ นายกมลสิษฐ์ เผยว่า ปปง.ได้มีการตรวจพบมีเงินหนุนเวียนในระบบขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท ดำเนินอายัดทรัพย์เป็นบ้าน ที่ดิน และยานพาหนะ รวมกว่า 100 ล้านบาทแล้ว หลังจากนี้รอเข้าบอร์ด ปปง.เพื่อพิจารณาให้ตกเป็นของแผ่นดินตามขั้นตอนทางกฎหมาย.