นายช่างเครื่องส่งคลั่ง คว้าปืน 2 กระบอกและมีดปลายแหลม กระหน่ำยิงและแทง ผอ.สวท.และเพื่อนร่วมงานดับอนาถ 3 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยเหตุเกิดภายในสถานีวิทยุกระจายเสียงฯ จ.พิษณุโลก คาดเหตุที่เคียดแค้นเนื่องจากถูกรื้อถอนบ้านพักหลังเก่า เพื่อจะสร้างบ้านพักใหม่ แต่ผู้ก่อเหตุเก็บของเก่าไว้จำนวนมากจึงไม่สามารถเก็บของได้ทัน ขณะที่เพื่อนร่วมงานเผยมือยิงรายนี้มีอาการป่วย ต้องกินยาระงับประสาทมา 3 ปี แต่ระยะหลังน่าจะขาดยา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 พ.ค.63 ร.ต.อ.อำนาจ อ่อนปาน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้บาดเจ็บภายในสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.พิษณุโลก (สวท.พิษณุโลก) เลขที่ 137/1 หมู่ 5 บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงวิทยุให้ตำรวจสายตรวจและตำรวจชุดสืบสวนไปที่เกิดเหตุ เนื่องจากผู้แจ้งโทรศัพท์แจ้งว่ามีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด โดยขณะที่ตำรวจสายตรวจและตำรวจชุดสืบสวนไปถึงที่เกิดเหตุนั้นพบว่า ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสที่วิ่งหลบหนีมาจากตัวอาคารมีพลเมืองดีนำส่ง รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อคือ นายปรุง จันทร์แดง อายุ 57 ปี ช่างเครื่องส่ง มีบาดแผลถูกยิงที่คางและหน้าอก แพทย์ต้องเร่งปั๊มหัวใจจนยื้อชีวิตไว้ได้
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้ก่อเหตุคือ นายวิม สอนสุข อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 176 หมู่ 5 ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน ตำแหน่งนายช่างเครื่องส่ง ที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารเครื่องส่งด้านข้างสถานี เพื่อเจรจาขอให้มอบตัว ซึ่งนายวิมได้ยินยอมมอบตัวกับตำรวจโดยเดินออกมานอกอาคารพร้อมกับชูมือและนอนคว่ำหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมได้พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ขนาด .38 และอาวุธปืนพกสั้นแบบแมกกาซีนขนาด 9 มม. พร้อมมีดปลายแหลม 1 อัน ซึ่งนายวิมเปิดเผยกับตำรวจว่า ไม่ใช่มีผู้บาดเจ็บเพียงคนเดียว แต่ยังมีคนเสียชีวิตอีก 3 ราย อยู่ในสถานีและด้านข้างสถานี
...
จากนั้นนายวิมได้พาตำรวจไปดูศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย โดยเล่าเหตุการณ์เบื้องต้นว่า ได้ใช้อาวุธปืนยิง นายภูมิศรัณญ์ พันธ์ภูมิ อายุ 55 ปี นายช่างอาวุโส ที่หลังจำนวน 5 นัด เสียชีวิตอยู่ภายในห้องจัดรายการวิทยุคลื่นความถี่ AM ขณะซ่อนตัวอยู่ในซอกด้านหลังเครื่องส่ง ก่อนที่จะยิง นายจิรวุฒิ สุเมธเทพานันท์ อายุ 47 ปี นายช่างไฟฟ้าอาวุโส ที่เดินเข้ามาในอาคารของสถานีจำนวน 3 นัด กระสุนเข้าที่ศีรษะ 2 นัด ชายโครงด้านซ้าย 1 นัด จนเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางห้องโถง แล้วเดินไปหา นายสานิตย์ บุตรมางกูล อายุ 60 ปี ผอ.สวท.พิษณุโลก ที่ห้องทำงาน แต่นายสานิตย์ได้กระโดดหนีลงทางหน้าต่างลงไปด้านข้างสถานี นายวิมจึงวิ่งไล่ตามไปกระหน่ำยิงแล้วใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงซ้ำจนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่อยู่ภายในสถานีทั้ง 3 คน นายวิมไม่ได้คิดจะทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพิษณุโลก
ต่อมา ร.ต.อ.อำนาจ อ่อนปาน พนักงานสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.มนู หรศาสตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ต.บุญญาภาส เพ็งฤกษ์ นวท.สบ 2 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวร รพ.พุทธชินราช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ โดยมี พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 และ พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม รอง ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก มาร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย จากการสอบสวนของตำรวจทราบว่า ผู้ก่อเหตุมีเหตุโกรธเคืองกับนายช่างใหญ่มาก่อนหน้านี้ เลยมีการเตรียมการโดยเตรียมทั้งอาวุธปืนและเหล็กขูดชาร์ปไว้ ขณะเกิดเหตุ น.ส.วิจิตรา จันเข็ม อายุ 33 ปี นักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการ จัดรายการวิทยุคลื่นความถี่ FM ที่อยู่ด้านหน้าห้องคลื่นความถี่ AM ส่วน น.ส.พัทธ์ธีรา ธรรมมา อายุ 35 ปี นักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการ และ น.ส.อทิตยา สัมปุรณพันธ์ อายุ 42 ปี นักจัดการงานทั่วไป นั่งอยู่ในห้องฝ่ายบริหารงานทั่วไป หน้าห้อง ผอ.สวท.
ขณะที่ น.ส.วิจิตรา กับ นายภูมิศรัณญ์ จัดรายการวิทยุอยู่นั้น นายวิมได้เดินถืออาวุธปืนเข้าไปยิงนายภูมิศรัณญ์ก่อนเป็นรายแรก แล้วเดินออกมาเจอนายจิรวุฒิที่เดินเข้ามาภายในสถานี จึงใช้อาวุธปืนยิงนายจิรวุฒิเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ส่วนนายสานิตย์ ผอ.สวท.ที่นั่งทำงานอยู่ในห้องได้ยินเสียงปืนก็เดินออกไปดูเห็นนายวิมยิงนายจิรวุฒิพอดี เลยวิ่งเข้าห้องแล้วกระโดดออกทางหน้าต่างไปด้านข้างสถานี นายวิมจึงวิ่งไล่ตามไปยิงจำนวน 3 นัดกระสุนเข้าที่หน้าอก 2 นัด และข้อมือซ้าย 1 นัด จนล้มลงกองกับพื้น ก่อนที่นายวิมจะใช้มีดกระหน่ำแทงที่หน้าอก 2 แผล และหน้าท้อง 2 แผล จนเสียชีวิตดังกล่าว โดย น.ส.อทิตยา เป็นผู้โทรศัพท์แจ้งเหตุให้ตำรวจทราบทาง 191 ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะทำงานกับ น.ส.พัทธ์ธีรา
ขณะที่ นายวัชระ ธีระสาโรช อายุ 59 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับผู้ก่อเหตุ และเป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ก่อเหตุ ทราบว่าตัวผู้ก่อเหตุต้องกินยาระงับประสาทมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าระยะหลังมีอาการขาดยาหรือไม่ ส่วนมูลเหตุน่าจะเกิดจากความเครียดเรื่องบ้านพักข้าราชการ เพราะก่อนหน้านี้ นายสานิตย์ บุตรมางกูล ผอ.สวท. ได้เรียกเจ้าหน้าที่ประชุมเรื่องบ้านพักข้าราชการที่จะของบประมาณมาก่อสร้างใหม่ ส่วนตัวผู้ก่อเหตุอยู่บ้านพักหลังเก่า และเป็นคนชอบเก็บของเก่าไว้เพื่อรอขายเป็นจำนวนมาก จึงต้องพูดคุยให้นำของเก่าย้ายออกไปจากบ้านพักหลังเดิม เพราะต้องเตรียมรื้อถอนบ้านพักหลังเก่า ส่วนตัวผู้ก่อเหตุจึงจำเป็นต้องย้ายมาอยู่ห้องพักภายในอาคารเครื่องส่งที่อยู่ด้านหลัง สวท. แต่ยังไม่สามารถขนของเก่าที่เก็บจำนวนมากออกไปได้ พอมีคนเข้าไปว่ากล่าวตักเตือนจะทำให้โมโหถึงขึ้นใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าอยู่เป็นประจำ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งในความเครียดและความกดดันในเรื่องการทำงาน จึงตัดสินใจก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานจนเสียชีวิตดังกล่าว
...
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาความผิดฐานฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กับความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.