หลังหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคดี "น้องชมพู่" ลั่นไม่ได้เป็นคนทำ ยัน ไม่ได้พบศพน้องเป็นคนแรก ขณะที่ "ยาย" เผย พ่อน้องได้เชิญพระทำพิธีเก็บอัฐิ และทำพิธีบังสุกุล ขณะที่ตำรวจเรียกครอบครัวสอบปากคำเพิ่ม พร้อมนำสุนัขช่วยตามหาเสื้อผ้าในภูเหล็กไฟ เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 24 พ.ค.63 นางสมควร ลาบโพธิ์ อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 13 หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นยายของน้องชมพู่ กล่าวว่า ในวันนี้ (24 พ.ค.) พ่อแม่ของน้องชมพู่จะทำพิธีเก็บกระดูก(อัฐิ) และทำพิธีบังสุกุลเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปหาน้องชมพู่ เปลี่ยนจากเวลา 09.00 น. มาเป็นเวลา 11.10 น. เพราะเมื่อคืนนี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงขอเลื่อนเวลาออกไป โดยได้ไปนิมนต์พระมา จำนวน 1 รูป มากระทำพิธีเก็บกระดูกของน้องชมพู่ มีญาติพี่น้องร่วมเก็บกระดูกให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน ที่วัดป่าถ้ำภูผาแอก บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อคดีมีการจับผู้ต้องหาแล้ว ทางญาติๆ จะทำบุญอุทิศให้น้องชมพู่อีกครั้ง

ด้าน พ.ต.ต.ธนกาญจน์ พระสุมาตย์ สว.สอบสวน สภ.กกตูม กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเรียกญาติพี่น้องของน้องชมพู่มาสอบเพิ่ม เพื่อให้สำนวนคดีมีความรัดกุมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ส่วนกลางได้นำสุนัขมาช่วยคลี่คลายคดี โดยได้นำเสื้อของน้องชมพู่ที่เคยสวมใส่ขณะมีชีวิตให้สุนัขดมกลิ่นเพื่อออกตามหาเสื้อของน้องชมพู่ที่ภูเหล็กไฟในวันที่ได้สวมใส่เสื้อตัวดังกล่าว

...

พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวน บก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวว่า อยากวิงวอนให้ชาวบ้านใน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ที่รู้เบาะแสการซุกซ่อนเสื้อของน้องชมพู่ให้ออกมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาฆ่าโหดน้องชมพู่ให้ได้โดยเร็ว

ด้านพระอธิการ บุญมา สีลเตโช พระวัดกกกอก ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่ทำพิธีให้ เผยว่า การที่ผีเสื้อตัวสีเหลืองบินบนเถ้ากระดูกของน้องชมพู่ อาจจะเป็นไปได้ที่น้องชมพู่รับรู้และมาสื่อสารให้ทุกคนรู้ว่า น้องรับรู้ว่าพ่อแม่มาหา ซึ่งระหว่างทำพิธีตัวเองก็รู้สึกขนลุกแปลกๆ เหมือนดวงวิญญาณน้องยังอยู่รอบๆ ตัวเองสัมผัสได้  โดยหลังจากเก็บกระดูกเสร็จ พี่สาวของน้องชมพู่ได้ไปกรวดน้ำให้น้อง โดยเธอบอกกับน้องชมพู่ว่า หากชาติหน้ามีจริงขอให้น้องชมพู่เกิดมาเป็นลูกสาวของเธอ เธอสัญญาว่าจะรักและดูแลเป็นอย่างดี ทุกวันนี้คิดถึงน้องสาวมาก ขอให้น้องสาวช่วยบอกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับตัวคนร้ายให้ได้เร็วๆ

"ระหว่างที่พ่อแม่น้องนำข้าวปลาอาหารมาให้น้องที่จุดเผาศพ จู่ๆก็มีผีเสื้อสีเหลืองตัวหนึ่ง บินวนอยู่บนเถ้ากระดูกน้องชมพู่ ไม่ยอมไปไหน บินวนอยู่ตลอดที่ทำพิธี ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับบรรดาครอบครัวและพระสงฆ์ที่อยู่ในเหตุการณ์"

นายไชยพล วิภา ลุงของน้องชมพู่ ที่เป็นคนพบศพน้องเป็นคนแรก เผยว่า วันนี้ได้มาช่วยเก็บกระดูกหลานสาว เพราะตัวเองนั้นรักน้องชมพู่เหมือนลูกสาว ปกติเวลาน้องชมพู่ไปไหนก็มักจะไปกับตัวเองบ่อยๆ มาเล่นที่บ้านตัวเองบ่อยๆ ตัวเองอยากให้ตำรวจจับคนร้ายตัวจริงให้ได้ ส่วนกระแสโซเชียลที่หลายคนสงสัยว่าตัวเองอาจจะเป็นคนฆ่าน้องชมพู่แล้วแสดงตัวว่าไม่รู้ไม่เห็น หรือแสดงละครตบตาตำรวจ นายไชยพล ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าว บอกด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าตัวเองไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอน ตัวเองดูข่าวทุกวันเห็นในข่าวบอกตัวเองเป็นคนที่น่าสงสัยที่สุด นั่งอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกเสียใจ และเครียดมากที่ถูกมองแบบนี้ เมื่อจับคนร้ายแล้ว คนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนฆ่าน้องชมพู่ เขาจะคิดได้เองว่าคิดผิดที่มาสงสัยตน.