1 ในผู้ต้องหาร่วมชิงทรัพย์หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาเชียงแสน เครียดหนักโดนตำรวจไล่ล่า กดดัน ย่องกลับบ้านจังหวัดพะเยา ผูกคอในคอกวัว หนีความผิด

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 21 พ.ค.2563 พ.ต.อ.สมภพ สุภาพร ผกก.สภ.ภูกามยาว จ.พะเยา รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอฆ่าตัวตายภายในคอกเลี้ยงวัว บ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผบก.ภ.จว.พะเยา แพทย์นิติเวช รพ.พะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพะเยา ชุดสืบสวน สภ.ภูกามยาว ชุดพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพะเยา ฝ่ายปกครอง และชุดกู้ภัยภูกามยาว

ที่เกิดเหตุ พบศพ นายชื่นใจ๋ ก้อนคำ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 12 บ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา ผู้ต้องหาชิงทรัพย์หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาเชียงแสน ซึ่งทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คันก่อเหตุหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ภูกามยาว จ.พะเยา สภาพใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในคอกเลี้ยงวัวของพี่ชาย

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) นายชื่นใจ๋ ก้อนคำ ผู้ต้องหาได้ติดต่อประสานขอเข้ามอบตัวที่ สภ.ภูกามยาว แต่ก็ไม่ได้มามอบตัวตามที่ประสานไว้ จนมาพบเป็นศพผูกคอตายหนีความผิด โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจค้นบ้านของพ่อและพี่ชาย เพื่อหาทรัพย์สินและของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลพะเยา เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง.

ขณะที่ นายทองอินทร์ ก้อนคำ อายุ 58 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ทางบ้านติดตามหาน้องชายหลังลงมือก่อเหตุมาหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่เจอตัว กระทั่งมาพบเป็นศพใช้เชือกแขวนคอตายในคอกวัวของตนเองดังกล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.พะเยา ว่า พบผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออีกหนึ่งราย คือ นายชื่นใจ๋ ก้อนคำ ซึ่งทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ เสียชีวิตภายในป่า พื้นที่ จ.พะเยา จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้น พบว่า ผู้ต้องหาได้ผูกคอตาย โดย พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผบก.ภ.จว.พะเยา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและแพทย์ อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ที่เกิดเหตุ และจะส่งศพไปทำการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิต ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ซึ่งหากมีความคืบหน้าประการใด จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป.

...