ไลฟ์สไตล์
100 year

แก๊งอมเงินทอนวัด คุกอ่วม “พนม ศรศิลป์” โทษจำ 17 ปี 4 เดือน ชดใช้ 21 ล.

ไทยรัฐออนไลน์
19 พ.ค. 2563 16:06 น.
SHARE

***แฟ้มภาพ***

“พนม ศรศิลป์” อดีต ผอ.พศ. พร้อมพวก อ่วมหนัก ศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง สั่งจำคุกคดีเงินทอนวัด สำนวน 4 คน คนละ 13 ปี 4 เดือน คืน 21 ล้าน ส่วนสำนวนที่ 5 อ่านวันเดียวกัน โดนไปอีก 3-4 ปี คืนเงิน 2 ล้าน

ข่าวแนะนำ

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนวนที่ 4 คดีหมายเลขดำ อท.32/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง, นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา, นายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ, ทำ, จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ทำการรับรองหลักฐานเป็นเท็จ, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว

กรณีจำเลยร่วมกันเบียดบังเอาเงินงบประมาณของสำนักงาน พศ. ไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรับโอนเงินงบประมาณ โดยมีสำนักงาน พศ.เป็นผู้เสียหาย จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ พร้อมสืบพยานต่อสู้คดี ระหว่างพิจารณาคดีจำเลยทั้งห้าถูกคุมขังในเรือนจำ

ศาลพิพากษาว่า ลงโทษจำเลยที่ 1-4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่จัดการทรัพย์ได้เบียดบังทรัพย์นั้นไปโดยมิชอบฯ ซึ่งเป็นโทษบทหนักสุดรวม 2 กระทง โดยกระทงแรก จำคุกคนละ 14 ปี และกระทงที่ 2 อีกคนละ 6 ปี รวมจำคุกคนละ 20 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้างมีเหตุลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1-4 ไว้คนละ 13 ปี 4 เดือน และให้ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 21,007,235 บาทแก่สำนักงาน พศ.ผู้เสียหายด้วย ส่วนเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่จัดการทรัพย์ได้เบียดบังทรัพย์นั้นไปโดยมิชอบฯ ให้จำคุก 4 ปี และให้จำเลยที่ 5 ร่วมกับจำเลยที่ 1-4 ชดใช้เงิน 2,007,235 บาทคืนให้สำนักงาน พศ.ผู้เสียหายด้วย

วันเดียวกันศาลอาญาคดีทุจริตฯ อ่านคำพิพากษา สำนวนที่ 5 ในคดีหมายเลขดำ อท.43/2562 ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ., นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.), นายณรงค์ เดชชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา (พศ.) และนายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 4 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 6 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 1, 2 เเละ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 2 เเละ 4 คนละ 4 ปี จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 2 ล้านบาทแก่ผู้เสียหาย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เงินทอนวัดพนม ศรศิลป์คดีเงินทอนวัดผอ.พศ.ทุจริตเงินทอนวัดจำคุก พนม ศรศิลป์ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 14:09 น.