จนมุมแล้ว คนร้ายชิงทรัพย์ ธ.ก.ส.สาขาย่อยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ย่านประเวศ ได้เงินสดไปกว่า 1 แสนบาท สับขาหลอกตำรวจเรื่องป้ายทะเบียนสุดท้ายไม่รอด สารภาพเอาเงินบริษัทมาใช้จ่ายเที่ยวเตร่แล้วไม่คืน 3 แสน
กรณีคนร้ายเป็นชายใช้ปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาย่อยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เลขที่ 83 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตประเวศ กทม. ได้เงินสดไป 106,000 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีดำ ทะเบียน วทล 683 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 เม.ย.2563 พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พลูสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แถลงข่าวจับกุมนายวัชระ ไทยเที่ยง อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ. 276/2563 ลงวันที่ 21 เมษายน 2563 โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า 2 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นคลิก 125 ไอและเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
จากการสอบสวนนายวัชระให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าได้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นครั้งแรก และก่อเหตุคนเดียว ทั้งนี้ก่อนก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์วนมาดู 4-5 แห่ง แต่มาตัดสินใจก่อเหตุธนาคารนี้เนื่องจากคิดว่าไม่มี รปภ. ในส่วนรถจักรยานยนต์ได้ลักเอาทะเบียนหมายเลข วทล 683 กทม. จากนั้นได้นำป้ายดังกล่าวมาปิดทับแผ่นป้ายเดิมคือ 5 กก 2827 กทม. โดยใช้ตัวหนีบหนีบป้ายแล้วนำรถมาใช้ก่อเหตุ
ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้เกิดจากเอาเงินของทางบริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่งย่านสาทร ซึ่งเป็นบริษัทที่ตนทำงานมาใช้จ่ายเที่ยวเตร่แล้วไม่มีเงินคืน ซึ่งรวมแล้วประมาณ 300,000 บาท โดยเงินที่ได้จากการก่อเหตุครั้งนี้ได้นำไปใช้คืนแก่ทางบริษัท จำนวน 3 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท, 28,000 บาท และ 24,000บาท รวมเป็นเงินจำนวน 82,000 บาท ส่วนที่เหลือนำไปใช้จ่ายส่วนตัว สำหรับอาวุธปืนนั้นได้ซื้อมาตั้งแต่สมัยเรียนปวช.ที่โรงเรียนช่างฝีมือแห่งหนึ่งย่านปทุมธานี เมื่อปี 2543 ส่วนเหตุลักทรัพย์ป้ายทะเบียน วทล 683 กทม. ก่อเหตุเพียงคนเดียวเช่นกัน โดยใช้รถจักรยานยนต์ทะเบียน จอดเทียบแล้วใช้ไขควง ไขนอตแล้วลักเอาป้ายทะเบียนไป ส่วนที่ขโมยบริเวณแฟลตเคหะคลองจั่นเนื่องจากเคยพักอาศัยอยู่บริเวณนั้น และรถคันดังกล่าวจอดอยู่นานเจ้าของไม่น่าจะรีบกลับมาเอารถ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกเป็นจุดที่ผู้ต้องหาจอดรถจักรยานยนต์บริเวณตรงข้ามธนาคาร ก่อนจะเดินไปยืนด้านหน้า จุดที่ 2 บริเวณตู้เอทีเอ็มหน้าธนาคารซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหายืนดูลาดเลาก่อนลงมาก่อเหตุ จุดที่ 3 ภายในธนาคารที่คนร้ายลงมือ จุดที่ 4 เส้นทางหลบหนี
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “ชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน, โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้ ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหามาชี้จุด เพื่อให้ตำรวจน้ำงมหาปืนของกลางที่ผู้ต้องหาอ้างว่า นำมาโยนทิ้งไว้ที่ใต้สะพาน บริเวณทางขนานมอเตอร์เวย์ แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่พบถุงผ้าที่คนร้ายเอามาทิ้งไว้ ภายในมีรองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า หมวกแก๊ป หน้ากากอนามัย ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ เลขทะเบียน วทล 683 กทม. ที่คนร้ายได้ขโมยมา เสื้อยืด เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ ฯลฯ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบปืนไทยประดิษฐ์ที่คนร้ายนำมาทิ้งไว้อยู่ระหว่างการงมค้นหาอย่างต่อเนื่อง.


