ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไขเงื่อนปม ผู้ช่วยทูตตำรวจ ใช้เชือกผูกคอดับปริศนา หรือมีใครจงใจฆ่า

    ไทยรัฐออนไลน์10 เม.ย. 2563 19:09 น.
    SHARE

    ข้อความ “ขอโทษครับ” บนแผ่นกระดาษ ภายในห้องพักแฟลตตำรวจป่าไม้ ในซอยงามวงศ์วาน 54 พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ อายุ 50 ปี รอง ผบก.ตำรวจสากล ตำแหน่งผู้ช่วยทูตตำรวจ ประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ในสภาพใช้ผ้ารัดเอวผูกคอเสียชีวิตในห้องพัก จะบ่งบอกชี้ชัดได้หรือไม่ว่าเป็นการฆ่าตัวตายเพราะความเครียด

    • ถือเป็นการสูญเสียนายตำรวจฝีมือดี เคยเป็นอดีต ผกก.ฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำคดี “เสือดำ” ทุ่งใหญ่นเรศวร ที่มีนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา

    • อีกสิ่งหนึ่งในอดีตที่ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ เคยแสดงออกย้ำการทำงานอย่างจริงจังในการทำคดีเสือดำ มีการเขียนในเพจส่วนตัวตอนหนึ่ง อย่าเพียงแต่ตามกระแสคดีเสือดำ ยังมีสัตว์ป่าที่กฎหมายคุ้มครองอีกจำนวนมากถูกละเมิดถูกกระทำอย่างผิดกฎหมาย และออกมาโต้กระแสโซเชียลยืนยัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บังคับบัญชาของตัวเอง จริงจังกับการทำงานในคดีเสือดำ ขอให้ใช้สติ อย่าอินจนเกิดอคติ และการวิพากษ์วิจารณ์

    • ด้วยตัวตนของ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ ยังเคยเขียนในเพจในเชิงตัดพ้อ สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดในอาชีพตำรวจกับ “ระบบอุปถัมภ์” ที่ก้าวหน้าเติบโตจากการวิ่งเต้นที่ดูเลวร้ายขึ้นเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีผลงานและประสบการณ์อีกด้วย

    • ปมการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่าการเสียชีวิตไม่เป็นธรรมชาติ จากสมองบวม เลือดคั่งตาขวา ตาขวามีรอยเขียวช้ำ ในที่เกิดเหตุไม่พบสิ่งที่ใช้ปีนหรือยืนก่อนผูกคอ สภาพศพลิ้นไม่จุกปาก และพบธูป 1 ดอก จุดไว้ที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ คล้ายทำพิธีสะกดวิญญาณ และกล้องวงจรปิดรอบที่เกิดเหตุ 4 จุด บังเอิญเสียหมดทุกตัว

    ไม่ว่าประเด็นการเสียชีวิตของของ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ จะมีการตั้งข้อสังเกตคลางแคลงใจอย่างไร? จะเป็นการฆ่าตัวตายเอง หรือมีคนทำร้ายจนเสียชีวิต สุดท้ายต้องรอผลการพิสูจน์ทางนิติเวช นิติวิทยาศาสตร์ และการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสามารถบ่งบอกถึงสาเหตุการเสียชีวิต และหาข้อสรุปได้ในที่สุด

    รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า ได้ทราบข่าวรุ่นพี่นายตำรวจระดับ "รองผู้บังคับการ" ท่านหนึ่งได้เสียชีวิตโดยการอัตวินิบาตกรรม ซึ่งคงอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนการเสียชีวิตจะเกิดจากคนทำร้ายหรือไม่ ต้องรอผลการพิสูจน์ต่อไป ซึ่งจะบ่งบอกได้ เช่น ในที่เกิดเหตุพบลายนิ้วมือแฝงของคนอื่น นอกจากของเจ้าตัวหรือไม่ DNA เส้นผม และหลักฐานอื่นๆ ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งต้องมีการผ่าพิสูจน์ศพ เพื่อทำให้ทราบว่าถูกวางยา หรือถูกกระทำอย่างอื่นหรือไม่อย่างไร

    หากถูกฆาตกรรมโดยการรัดคอแล้วอำพรางคดี คนจะถูกรัดคอต้องมีการต่อสู้กับคนร้ายที่อาจจะมีมากกว่า 1 คน อีกทั้งการถูกรัดคอโดยผู้อื่นจนเสียชีวิตกับการฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ จะมีความแตกต่างกัน

    นอกจากนี้ อาจจะต้องดูร่องรอยพยานหลักฐานอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น ในเล็บของผู้เสียชีวิต มีเนื้อเยื่อของผู้อื่นในการบ่งชี้ว่ามีการต่อสู้หรือไม่

    อย่างไรก็ตาม หากเป็นการฆ่าตัวตาย คาดว่าจากการโพสต์เขียนข้อความต่างๆ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่แสดงให้เห็นความเครียดของผู้เสียชีวิต แต่ถ้ามองอีกมุมเห็นว่าผู้เสียชีวิตก็น่าจะมีความก้าวหน้าในการรับราชการตำรวจพอสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนในรุ่น นรต.รุ่นเดียวกัน จึงไม่น่าจะมีความเครียดเกินไป แต่ก็ต้องรอผลพิสูจน์ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรม

    สำหรับปัญหาการฆ่าตัวตายของตำรวจที่มีมาอย่างต่อเนื่องนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุหลักหนึ่งน่าจะมาจากความเครียดจากหน้าที่การงาน และจากการศึกษาค้นคว้าทั้งของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยระดับปริญญาโท ปริญญาเอก และงานวิจัยต่างๆ รวมทั้งข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจในชุดที่ผ่านๆ มา คิดว่าปัญหาที่ยังคงมีอยู่ในองค์กรตำรวจและควรต้องเร่งดำเนินการแก้ไข

    ทั้งนี้เพราะ 1.ความก้าวหน้าในชีวิตการรับราชการตำรวจที่ไม่แน่นอน ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าการทำงานอย่างเต็มที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชนแล้วจะเจริญก้าวหน้าในชีวิตรับราชการตำรวจ ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ในทางกลับกัน หากเข้าถึงขั้วอำนาจ ชีวิตการรับราชการก็จะเจริญเติบโตชัดเจนกว่า

    2.ทำงานบนพื้นฐานความขาดแคลนทั้งวัสดุ อุปกรณ์ เช่น ปืน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก กระดาษ ปริ้นเตอร์ หมึกพิมพ์ ฯลฯ โดยเฉพาะหากเป็นข้อสั่งการจากผู้บังคับบัญชา ต้องทำให้ได้ถึงแม้จะขาดแคลนในสิ่งต่างๆ เฉกเช่นสถานการณ์โควิด-19 กับอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ณ ด่านจุดตรวจ และสถานีตำรวจ เช่น ถุงมือยาง หน้ากากผ้า อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า และชุดป้องกันไวรัส กรณีจับกุมหรือสัมผัสบุคคลกลุ่มเสี่ยง เป็นต้น

    3.ปัจจุบัน การบริหารงานยังคงเป็นระบบรวมศูนย์อำนาจ ทั้งเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้าย การใช้จ่ายงบประมาณ ส่งผลให้การบูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ และการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเท่าที่ควร

    4.การพัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพตำรวจ ตำรวจต้องขวนขวายแสวงหาความรู้กันเอาเอง ขาดการสนับสนุนทั้งแหล่งรวบรวมข้อมูล ข้อกฎหมาย แหล่งค้นคว้า รวมทั้งการต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามลำพัง ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องกลับ นอกจากนี้ ยังอาจมีบุคคลที่ไม่ชื่นชอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บันทึกคลิปการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่อาจผิดพลาด ไม่ถูกต้อง แล้วนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์

    5.ความเป็นตำรวจมืออาชีพ ควรต้องมีการพัฒนาทักษะ ความรู้ ความเข้าใจในการทำงานอย่างถ่องแท้ โดยทำงานบนพื้นฐานความต้องการของประชาชน และสังคมเป็นสำคัญ ยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เฉกเช่นตำรวจอังกฤษที่ยึดถือแนวคิด “กิจการงานตำรวจโดยความเห็นชอบของประชาชน” ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 หรือที่ใช้คำว่า ‘Policing by consent’

    6.ตำรวจส่วนใหญ่ขาดขวัญ กำลังใจในการทำงาน ทั้งเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้าย ค่าตอบแทน สวัสดิการ ภาระหนี้สิน เป็นต้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากโรคระบาดเช่นกัน ส่งผลต่อความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากความเสี่ยงที่ตนเองต้องป้องกันการติดเชื้อโรคจากการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็ยังมีภาระครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้นในแง่มุมปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง

    7.ภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ ที่ต้องเข้าใจในสภาพปัญหาการทำงานในปัจจุบัน และพร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุน ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจริงจัง และจริงใจเพื่อให้กิจการงานของตำรวจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชน และสังคมโดยรวม.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ตำรวจฆ่าตัวตายธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ผู้ช่วยทูตตำรวจผูกคอตายสาเหตุผู้ช่วยทูตตำรวจเสียชีวิตตำรวจผูกคอตายปริศนาเงื่อนไขเสียชีวิตผู้ช่วยทูตตำรวจรองผู้บังคับการผูกคอข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้