ข่าว
100 year

ทนายอนันต์ชัย รุดยื่นประกันตัว หนุ่มสาวเมียนมาหอบเงิน 16.5 ล้านเข้าไทย

ไทยรัฐออนไลน์9 เม.ย. 2563 12:32 น.
SHARE

ทนายอนันต์ชัย มาศาลอาญา เพื่อยื่นขอประกันตัว 2 เมียนมาที่หอบเงิน 16.5 ล้านเข้าไทยแล้วถูก ตร.ทางหลวงจับ ระบุเป็นเงินนำมาชำระเพื่อทำธุรกิจ เพราะธนาคารในเมียนมาปิด แต่คนขนเงินไม่รู้ว่าต้องสำแดง


เมื่อวันที่ 9 เม.ย.63 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ซึ่งได้รับมอบอำนาจ จากนายจ่อเฮง นักธุรกิจน้ำมัน ชาวเมียนมา พร้อมด้วย นายกริช อึ้งวิฑูรย์สถิตย์ ประธานสภาธุรกิจ ไทย-เมียนมา (TMBC) และผู้ก่อตั้งสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา-ไทย (MTCC) ได้เข้าขอยื่นอประกันตัว นายเดดไป่อู อายุ 29 ปี และนางสาวนามิทู อายุ 24 ปี ชาวเมียนมา ที่ถูกตำรวจทางหลวงแม่สอด จังหวัดตาก จับกุมพร้อมของกลาง เงินสดเป็นธนบัตรไทย ฉบับละ 1,000 บาท รวม 16,500,000 บาท บนถนนในหมู่บ้านวังตะเคียน หมู่ 7 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 7 เม.ย.63 ที่ผ่านมา 

นายอนันต์ไชย กล่าวว่า กรณีนี้ยอมรับว่าทำผิดที่ขนเงินข้ามประเทศแล้วไม่สำแดง ตำรวจจะดำเนินคดีก็ดำเนินคดีไป แต่ติดใจถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวงชุดที่จับกุมว่า ตำรวจทางหลวงมีหน้าที่อะไร ตำรวจมีอำนาจจับกุมทั่วประเทศไม่เถียง แต่หน้าที่ของคุณหรือเปล่า นี่ท้องที่ สภ.แม่สอด คุณให้ข่าวว่าคุณตามตั้งแต่สะพานเมียวดีมา 200 เมตร ถึงจับกุม ใช่หน้าที่คุณหรือ เป็นหน้าที่ของ สภ.แม่สอด จับนอกพื้นที่ไม่ใช่หน้าที่ จับแล้วต้องทำตาม ป.วิอาญา มาตรา 83 สั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ มาตรา 84 ต้องเอาตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยทันที และให้ส่งตัวผู้ถูกจับแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจของที่ทำการของพนักงานสอบสวนดังกล่าว

นายอนันต์ชัย กล่าวต่อว่า ใช้อำนาจจับกุมแล้วต้องส่ง สภ.แม่สอด ทันที แต่คุณเอาไปกักไว้ที่ตู้ยามตำรวจทางหลวง ตั้งแต่ 10.00-24.00 น. แล้วมาส่งกองปราบฯ 07.00 น. ทำเพื่ออะไร กฎหมายทำเพื่อไม่ให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ อยากฝากบอกผู้บัญชาการสอบสวนกลางอย่าเชื่อลูกน้องมาก ไปดูกฎหมายเล่มเดียวกัน มีอำนาจไม่เถียง แต่ต้องทำตามกฎหมาย และที่สำคัญประธานสภาทนายความฯ แม่สอด ขอไปพบแต่ถูกปฏิเสธไม่ให้พบผู้ต้องหา ทั้งที่เป็นสิทธิตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 ผู้ถูกจับต้องพบทนาย จากนี้จะไปร้อง ป.ป.ช. เตรียมถึงการทำหน้าที่ของตำรวจ 4-5 นาย หลังจากวันนี้หากเกิดวิกฤตการณ์ปิดด่านขึ้นมา แล้วพวกคุณจะรู้สึก

ด้าน นายกริช เปิดเผยว่า ตนรู้จักนายจ่อเฮงดี เป็นคนค้าขายใหญ่โต ไม่ใช่แค่เฉพาะในเมียวดี ในย่างกุ้งก็ใช่ และเป็นคนสนิทของทางกะเหรี่ยง ถ้าไปทำให้บรรยากาศการค้าเสีย ในอนาคตหลังโควิด-19 ไปแล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งจะทำอย่างไร ในไทยเจอโควิด-19 ทำเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่แล้ว ถ้าเขาปิดด่านไม่ค้าขายกับเรา ตนนึกไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย นายจ่อเฮงต้องการชำระหนี้กับบริษัทน้ำมันคู่ค้า เมื่อถูกจับกุมทางบริษัทน้ำมันก็ ติดต่อเข้ามาหาทนาย ยืนยันว่านายจ่อเฮงจะนำเงินมาชำระหนี้ให้กับบริษัทน้ำมันของไทย

ประธานสภาธุรกิจ ไทย-เมียนมา (TMBC) กล่าวอีกว่า ส่วนที่ต้องเอาเงินข้ามมา เนื่องจากอยู่ในช่วงวิกฤติ ฝั่งเมียนมาธนาคารปิดหมด ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะนี้ ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้  จึงต้องใช้วิธีขนเงินสดข้ามประเทศมาชำระหนี้แทน โดยไม่ทราบว่าจะต้องสำแดงกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อน จึงเป็นบทเรียนให้รู้ว่าครั้งต่อไปการขนเงินข้ามประเทศ จะต้องสำแดงให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรก่อน ที่ผ่านมาไม่เคยทำจึงไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม เรียกร้องให้ จนท.ไทยดำเนินการตามกฎหมาย แต่ต้องระวังไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ

ส่วน พลตำรวจโทสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า หลังจับกุม ตำรวจชุดจับกุมได้รายงานให้ตนได้ทราบ จึงสั่งการให้ถ่ายภาพหมายเลขธนบัตรทุกใบไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าของกลางจะไม่เล็ดลอดหลุดหายไปได้ ตนเองเป็นผู้สั่งการให้นำ ตัวผู้ต้องหาและของกลางไปสอบสวนขยายผลต่อที่กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากจำนวนเงินที่มาก แต่ไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ จึงสั่งการให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อ เพราะมีพฤติการณ์น่าสงสัย โดยทำตามขั้นตอนของกฎหมาย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขนเงิน 16.5 ล้านจับหนุ่มสาวเมียนมาอนันต์ชัย ไชยเดชขนเงินเข้าประเทศสภาธุรกิจ ไทย-เมียนมาการค้าระหว่างประเทศขนเงินสดข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้