โรงแรมเก่า 11 ชั้นปิดกิจการไปแล้ว ย่านรัชดา พังถล่มฝังคนงาน ดับทั้งเป็น 1 ศพ เหตุเกิดระหว่างการรื้อถอน ผู้ตายขึ้นชั้น 4 ไปขยับรถแบคโฮเพื่อเตรียมไว้รอรถเครนมายกลงจากตัวตึก ผบก.น.1 เตรียมเรียกสอบผู้ควบคุมงาน วิศวกร เจ้าของสถานที่ และคนงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ร.ต.ท.วรทัศน์ ประภารัตน์ รองสว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุรถแบคโฮถูกอาคารระหว่างรื้อถอนทรุดตัวลงมาทับ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณพื้นที่รื้อถอนโรงแรมรัชดาซิตี้ ซ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 6 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง นายอนุชิต พิพิธกุล ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง ประสานอุปกรณ์เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานเขตห้วยขวาง ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในพื้นที่ของโรงแรมดังกล่าวที่ปิดกิจการไปแล้ว พบตัวอาคารสูง 7 ชั้นที่อยู่ระหว่างการรื้อถอน ด้านขวาของตัวอาคารได้เกิดถล่มลงมาทับรถแบคโฮ ขนาดเล็กที่ชั้นที่ 2 พังยับเยินอยู่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าตรวจสอบค้นหาผู้บาดเจ็บโดยด่วน ก่อนพบศพนายอดิภัท เจือนรัมย์ อายุ 44 ปี ชาวบุรีรัมย์ คนขับแบคโฮถูกแผ่นปูนทับเห็นแต่ท่อนร่างเสียชีวิต ขณะเดียวกันอาคารได้ถล่มลงมาทับร่างผู้เสียชีวิตซ้ำอีกรอบ และตัวอาคารยังคงถล่มลงมาเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและสะดวกแก่การทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมประสานงานเครื่องมือหนักจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้ามาสนับสนุนในการกู้ร่างผู้เสียชีวิต

...

รายงานข่าวระบุว่าโรงแรมดังกล่าวปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ แบ่งเป็น 2 อาคาร อาคารที่ 1 สูง 2 ชั้น เป็นในส่วนสโมสรและได้รื้อถอนไปหมดแล้ว จุดเกิดเหตุอยู่ในส่วนอาคารที่ 2 เป็นส่วนของที่พักความสูง 11 ชั้นรวมดาดฟ้า และได้ทำการรื้อถอนไปแล้ว 4 ชั้น เหลือที่จะต้องรื้อถอนอีก 7 ชั้น

นายพสธร จอมรัตน อายุ 49 ปี เพื่อนคนงานเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองและผู้ตายเข้าทำงานตามปกติ โดยผู้ตายมีหน้าที่ขับรถแบคโฮ ส่วนตนเองทำหน้าที่เคลียร์พื้นที่ด้านล่าง ซักพักได้ยินเสียงตึกถล่มลงมาดังสนั่น ฝุ่นตลบเต็มพื้นที่ เมื่อกลุ่มควันหมดไปเพื่อนคนงานต่างช่วยกันดูว่ามีอะไร หรือคนงานคนใดสูญหายหรือไม่ ก็พบว่ารถแบคโฮคันเล็กที่จอดอยู่บนชั้นที่ 4 ได้หายไป ตนและเพื่อนคนงานจึงช่วยกันค้นหาจนพบว่าผู้ตายถูกรถแบคโฮทับเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้จากการสอบถามเพื่อนคนงานระบุว่า ผู้ตายซึ่งขึ้นไปขยับรถแบคโฮเพื่อเตรียมไว้รอรถเครนมายกลงจากตัวตึก ขณะนั้นแผ่นปูนที่รถจอดอยู่ชั้น 4 ได้สไลด์ตัวลงมาทำให้รถไหลตกลงมาด้วยขณะนั้นผู้ตายได้พยายามกระโดดออกจากตัวรถแต่ไม่พ้นทำให้ตัวรถทับที่ลำตัว ก่อนตัวอาคารจะพังลงมาทับอีกรอบ

อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างวางแผนเข้าทำการช่วยเหลือนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุ

ต่อมา พล.ต.ต.สำเริง กล่าวว่า เบื้องต้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเหตุอาคารถล่ม แต่จากการสอบถามคนงานที่ทำงานอยู่ด้านล่างทราบว่าเกิดจากคนขับแบคโฮ ที่ทำงานอยู่ด้านบนพลาดประกอบกับจุดเกิดเหตุไม่มีอะไรกั้น ทำให้รถพลิกหล่นลงมา แล้วตัวรถไปเกี่ยวกับตัวอาคารหล่นลงมาทับอีกทีหนึ่ง ขณะนี้ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียวคือคนขับรถแบคโฮ  ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างทำการช่วยเหลือนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ควบคุมงาน วิศวกรคุมงาน เจ้าของสถานที่ และคนงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำ หากพบเป็นความผิดพลาดของผู้ใดก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

...

ด้านนายอนุชิต กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าสถานที่แห่งนี้มีการขออนุญาตรื้อถอนอย่างถูกต้อง โดยสำนักการโยธาทางกรุงเทพมหานคร เป็นผู้อนุญาต ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมาดูว่าการหรือถอนเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้มีมาตรการแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะมีคำสั่งให้ระงับการหรือถอนไว้ก่อน ส่วนที่ 2 ห้ามผู้ใดเข้าในพื้นที่ โดยเด็ดขาด พร้อมให้นายช่าง เจ้าหน้าที่ของกทม.เข้าตรวจสอบและเพิ่มมาตรการความปลอดภัย โดยให้ผู้รื้อถอนเสนอมาตราการความปลอดภัยเข้ามา หากทาง กทม.ตรวจสอบแล้วมีความปลอดภัยเพียงพอก็จะให้ดำเนินการต่อ

...

อย่างไรก็ตาม การทำการรื้อถอนอาคารต้องมีผู้ควบคุมงานดูแลตลอด แต่ขณะเกิดเหตุผู้ควบคุมงานอยู่หรือไม่นั้น ต้องทำการสอบสวนต่อไป.