พระไล่จับโจรขึ้นกุฏิที่อุดรธานีจีวรปลิววิ่ง 100 เมตร ไล่จับหนุ่มตกงานหิวโซมากินข้าววัดแล้วย่องฉกน้ำอัดลม ขนมในกุฏิก่อนส่งให้ตำรวจ แต่สุดท้ายโทรไปขอบิณฑบาตตำรวจ ไม่เอาความบอกเจ้าตัวคงหิวมาก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2563 ขณะที่ พ.ต.ต.พิเชษฐ ปักเคธาติ สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในกุฏิ 8 วัดทิพยรัฐนิมิต (บ้านจิก) ถ.นเรศวร ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ขณะนี้ พระภิกษุจำนวนกว่า 10 รูป วิ่งไล่จับคนร้ายพร้อมของกลางเอาไว้ได้ จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยสายตรวจอินทรีย์ 191 และ ด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่ งานจราจร สภ.เมืองอุดรธานี

ที่เกิดเหตุพบ พระปริยัติ ปภาถโร อายุ 41 ปี และพระอนุชา อมโร อายุ 29 ปี พระลูกวัด นำตำรวจชี้ให้จับกุมคนร้ายทราบชื่อภายหลัง คือ นายอิทธิพล (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวบ้านใน อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ถูกควบคุมตัวพร้อมของกลางไว้ในกุฏิที่เกิดเหตุ เป็นน้ำอัดลม ขนาด 1 ลิตร จำนวน 6 ขวด และขนมกับข้าวที่ญาติโยมใส่บาตรและนำมาถวาย ที่วางอยู่โต๊ะด้านหลังกุฏิ

สอบสวนคนร้ายให้การรับสารภาพว่า เป็นคนเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในกุฏิแห่งนี้จริง เพราะเห็นประตูหลังกุฏิไม่ได้ปิดล็อกไว้ และที่ทำอย่างนี้เนื่องจากตกงานมา 2 วัน เพราะจนและไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่า และไม่มีเงินซื้อกับข้าวกิน โดยเมื่อปี 2562 เคยเป็นสายลับตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.อุดรธานี แต่ตนไม่เสพยาบ้า และไม่เคยถูกจับดำเนินคดี รู้สึกเสียใจและสำนึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำ

...

ด้าน พระสงฆ์ลูกวัดผู้เสียหาย ให้การว่า ตอนเช้าเห็นคนร้ายเดินเข้ามา ด้านหลังกุฏิ 8 และกำลังก้มม้วนสายไฟตู้เชื่อมเหล็ก จึงโทรศัพท์ถามผู้รับเหมาที่มาต่อเติมกุฏิ ว่าได้รับคนงานใหม่มาทำงานด้วยหรือไม่ เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ซึ่งผู้รับเหมาปฏิเสธไม่มีการรับคนงานใหม่ ส่วนคนร้ายเมื่อเห็นพระมาถามที่มาที่ไป ได้เดินไปขอข้าวก้นบาตรกินที่ศาลาจนอิ่ม จากนั้นคนร้ายได้เดินมาด้านหลังกุฏิ 8 อีกรอบ และเข้าไปขโมยทรัพย์สินดังกล่าวออกมาวางไว้ข้างนอก เมื่อเห็นพระร้องถามได้วิ่งหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่พระจำนวน 10 รูป ที่จำพรรษาอยู่กุฏิ 8 และกุฏิใกล้เคียง รู้ว่ามีโจรเข้ามาขโมยทรัพย์สิน ได้พากันวิ่งไล่ดักจับคนร้ายได้พร้อมของกลาง ห่างจากกุฏิที่เกิดเหตุราว 100 เมตร ควบคุมตัวพร้อมของกลางไว้รอตำรวจ

สวป.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากควบคุมตัวคนร้ายและของกลาง มาสอบสวนปากคำที่โรงพัก ทางพระผู้เสียหายโทรศัพท์มาขอบิณฑบาตกับตำรวจ เพราะสงสารชายคนดังกล่าว และเชื่อว่าทำไปเพราะความหิว ทางตำรวจจึงถ่ายรูปทำประวัติไว้ ก่อนปล่อยตัวไป ส่วนของกลางทางพระผู้เสียหายก็มอบอาหารส่วนหนึ่งให้คนร้ายไว้กินเพื่อประทังชีวิต เพราะดูท่าทางคงอดข้าวมาหลายวัน.