ตำรวจนครบาลแถลงจับหนุ่มหึงโหด มือยิงอดีตภรรยา พนักงานต้อนรับคลินิกในห้างเซ็นจูรี่ เสียชีวิต เจ้าตัวยอมรับสารภาพทำไปเพราะความหึงหวง อ้างผู้ตายคบหากับชายอื่นจนขาดความยั้งคิด ปล่อยโฮขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง รอง ผบก.น. 1 พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี ผกก.สส.บก.น.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท แถลงจับกุม นายดนุสรณ์ หรือเจ นุ่มเจริญ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยตรวจยึดของกลาง อาวุธปืนยี่ห้อโคลท์ .45 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 32 นัด ซองบรรจุกระสุน จำนวน 2 อัน เสื้อแบบสูทสีกรมท่า จำนวน 1 ตัว (สวมใส่ขณะก่อเหตุ) เสื้อเชิ้ตสีขาวยี่ห้อ LTD จำนวน 1 ตัว รองเท้าคัตชูสีดำ จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 154 ม.4 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ จ.154/2563 ลงวันที่ 18 ก.พ. โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน”

...

สืบเนื่องจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงภายในห้างสรรพสินค้า ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเหตุให้ น.ส.ปิยานุช ฉัตรไทย อายุ 28 ปี พนักงานสถานเสริมความงามเสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 ก.พ.63 เวลาประมาณ 15.00 น.

ต่อมาฝ่ายการสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุและตรวจสอบพยานหลักฐานบริเวณโดยรอบจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือ นายดนุสรณ์ หรือเจ นุ่มเจริญ อายุ 28 ปี เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนปากคำพยานที่เกิดเหตุประกอบกับภาพจากกล้องวงจรปิด พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายดนุสรณ์ ก่อนหลบหนีไปยังเขตพื้นที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท และ กก.สส.บก.น. 1 ได้สนธิกำลังติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธปืนและได้มีข้อความข่มขู่จะไปทำร้ายผู้อื่นอีก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 เวลาประมาณ 04.30 น. จึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 154 ม.4 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงนางสาวปิยานุช ถึงแก่ความตาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามวันเวลาเกิดเหตุจริง สาเหตุเกิดจากความหึงหวงที่ผู้เสียชีวิตคบหากับชายอื่นจนขาดความยั้งคิดก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงดังกล่าว จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนสน.พญาไท เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ต้องหาต้องการหลบหนีกลับไปหาพ่อ ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุนั้นมาจากสาเหตุส่วนตัวมีความขัดแย้งกับภรรยาเก่าจริงๆ หย่าขาดกันมาแล้ว ผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด โดยผู้ก่อเหตุเคยไปหาผู้ตายที่คลินิกเกิดเหตุมาก่อนหน้านี้ โดยทางผู้ตายไม่เคยมีการแจ้งความเกี่ยวกับการโดนผู้ก่อเหตุทำร้ายแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ภรรยาเก่ามีชู้หรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณามูลเหตุจูงใจเบื้องต้นที่มีความขัดแย้งกับภรรยาแล้วตัดสินใจที่จะก่อเหตุ แต่ก็ไม่ทราบว่ามีเจตนาที่จะก่อเหตุคิดยิงคนที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นชู้หรือไม่

...

ส่วนจากการตรวจสอบยืนยันแล้วพบว่า ผู้ก่อเหตุมีใบอนุญาตให้ได้รับอาวุธปืนครอบครองแล้วใช้อาวุธปืนของกลางในการก่อเหตุ มีความเชี่ยวชาญในอาวุธปืนระดับหนึ่ง เนื่องจากยิงโดนหลายนัดในระยะใกล้ โดยไม่มีการใช้สารเสพติดแต่อย่างใด และไม่ยังพบผู้ให้การช่วยเหลือผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม มาตรการการเฝ้าระวังเรื่องเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนก่อเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่ามีการเฝ้าระวังและหามาตรการในการร่วมมือกันเฝ้าระวังในพื้นที่ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน บริษัท รปภ. กำหนดช่องทางติดต่อสื่อสารแจ้งและเร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกวาดล้างติดตามจับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมาย

ต่อมาเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท สั่งเกณฑ์ตำรวจฝ่ายสืบสวน และฝ่ายปราบปรามกว่า 10 นาย คุมตัวนายดนุสรณ์ ที่สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่า สวมหมวกแก๊ปยี่ห้ออาดิดาสสีดำและสวมหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้าเดินก้มหน้าตลอดเวลา จากห้องสืบสวน สน.พญาไท

ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาว่ามีอะไรอยากจะกล่าวหรือไม่ ก่อนนายดนุสรณ์ มีสีหน้าแดงก่ำเหมือนคนร้องไห้และตอบกลับว่า "ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้"

...

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องขังใน สน.พญาไท ทันที

รายงานข่าวแจ้งว่าจะไม่มีการทำแผนในคดีนี้ และจะนำตัวผู้ต้องหาฝากขังศาลอาญาช่วงเช้าวันที่ 20 ก.พ.นี้.