ผบก.น.7 นำแถลงรวบแล้ว 4 ชายฉกรรจ์ ก่อเหตุอุกอาจกลางงานบวช ชักปืนขู่บุกอุ้มลูกชายร้านขายอาหารทะเลไปกระทืบน่วม ก่อนขอเคลียร์ด้วยเงิน 4 หมื่น ยังหลบหนีอีก 1 ราย

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กใช้ชื่อ "ไฮโซ ช๊อป" เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 1 นาที เป็นภาพของกลุ่มคนร้ายชาย 4 คน ขับรถกระบะสีขาว มาขวางหน้ารถ ก่อนจะฉุดเอาตัวชายหนุ่มคนหนึ่งไปขึ้นรถทันที จังหวะนั้นญาติพี่น้องและเพื่อนได้พยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่คนร้ายกลับชักปืนออกมาเล็งขู่ไม่ให้เข้าใกล้ พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเปิดทางรถบรรทุกที่ขับมาขวางทาง ขณะไปร่วมงานบวช วัดน้อยใน แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. พร้อมโพสต์ข้อความกลุ่มดังกล่าว ยังล็อกแขนชายที่ถูกฉุด และลงมือทำร้ายร่างกายใช้ปืนจ่อหัว ตีจนหัวแตก หลังก่อเหตุยังทักแชตเฟซบุ๊กขอเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นอ้างว่า อุ้มมาผิดตัว โดยจะจ่ายเงินให้ 40,000 บาทแต่ทางครอบครัวไม่ยอม แจ้งความ สน.ตลิ่งชัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.พ.63 ที่ สน.ตลิ่งชัน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน พร้อมคณะทำงานเดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว กว่า 1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.เอกชัย เปิดเผยว่า เหตุเกิดในงานบวชที่วัดน้อยใน ตลิ่งชัน เวลาประมาณ 07.00 น. เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ขณะที่ผู้เสียหายไปร่วมงาน หลังเกิดเหตุ สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 คน คือนายเอกพล เอี่ยมวิสูตร , นายเชิดศักดิ์ คุ้มภักดี, นายจตุพร ศรีสวัสดิ์ และนายนิธิกร พวงสุนทร พร้อมของกลาง อาวุธปืน 9 มม. และอีกกระบอกเป็นปืนปลอม

โดยผู้ต้องหาอ้างว่าสาเหตุที่อุ้มทำร้ายในครั้งนี้สืบเนื่องจาก กลุ่มของตนเองได้ถูกนายเอก ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้เสียหายทำร้าย จึงได้รวบรวมพรรคพวกตามมาล้างแค้น เบื้องต้นแจ้ง 5 ข้อหา 1. ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต 2. ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวไป 3. ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน 4. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำโดยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และ 5. ร่วมกันข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขื่นต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้นโดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และยังมีผู้ที่ยังหลบหนีอีก 1 คน คือ นายฟาฮีด ไม่ทราบนามสกุล อยู่ในระหว่างประสานเข้ามอบตัว

นายทวีศักดิ์ สุขนันท์ อายุ 55 ปี พ่อของนายดนัย สุดโสม หรือเต้ อายุ 33 ปี ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ลูกชายตนเล่าว่าก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 07.00 น. ได้ไปช่วยงานบวชเพื่อนที่วัด ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถกระบะเข้ามา ก่อนจะชักปืนยิงข่มขู่ 3 นัด จากนั้นก็ลากตัวลูกขึ้นรถไปใส่กุญแจมือและนำถุงผ้ามาคลุมหัวจึงไม่ทราบว่าเอาตัวไปที่ไหนและถูกซ้อม ก่อนที่ตนจะมาแจ้งความ โดยมีตำรวจประสานให้ ประมาณเวลา 17.00 น. กลุ่มคนร้ายก็ขับรถกระบะ นำตัวลูกชายมาปล่อยที่โรงพัก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งผู้ก่อเหตุเดินมาขอโทษ อ้างว่ากระทืบผิดตัว และเจรจาให้ค่าทำขวัญ 40,000 บาท แต่ตนไม่ยอม เพราะเห็นสภาพลูกชายสะบักสะบอม ยืนยันว่าตนและลูก ไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเลย ทั้งที่ไม่มีเรื่องขัดแย้งกันด้วย ตนก็สงสัยว่าต้องเป็นกลุ่มคนแบบไหน มีดีอะไรจึงกระทำอุกอาจเช่นนี้ แม้จะเป็นบริเวณในวัดก็ตาม

“ปกติลูกชายก็จะมาช่วยตนที่เปิดร้านขายอาหารทะเลสด ตลาดศาลาน้ำร้อน แถวศิริราชประจำ ไม่มีหนี้สินหรือเรื่องขัดแย้งกับใคร ส่วนอาการบาดเจ็บ ที่ขมับซ้ายแตก และรอยฟกช้ำตามตัว เหมือนถูกอาวุธตี ซึ่งลูกตนยังรู้สึกขวัญเสียจึงไม่อาจเล่าเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ขณะที่ตำรวจก็ยังไม่ให้ข้อมูล ตอนนี้ยังหวาดกลัวว่าคนร้ายอีกรายที่ยังหลบหนีอยู่จะมาทำอันตราย”

ด้าน นายดนัย หรือเต้ ผู้เสียหาย ภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ข้อมูลทั้งหมดให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ไม่ให้สัมภาษณ์เพราะจะกระทบต่อรูปคดี ก่อนที่จะเดินทางกลับทันที

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่รู้จักกับนายดนัย แต่มี นายตี๋ สวนผัก ที่ปล่อยเงินกู้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าย่านสวนผัก ตลิ่งชัน ซึ่งลูกน้องอีกกลุ่มเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มที่นายดนัยอยู่ จึงสั่งให้มาสั่งสอน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและทราบว่าเป็นลูกน้องนายตี๋ สวนผัก จึงประสานให้นำผู้ก่อเหตุมามอบตัว.