พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีคุกสั่งล่าตัวนักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แนะประชาชนไม่ต้องกังวล โชว์สถิติผู้ต้องขังหลบหนีทั่วประเทศตั้งแต่เดือน ต.ค.62 จนถึงปัจจุบัน 8 ราย ตามจับกุมกลับมาได้ทั้งหมด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.พ.63 มีรายงานข่าวแจ้งว่าเกิดเหตุนักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ทราบชื่อนายกฤษดา ม่วงแพร นักโทษในคดีลักทรัพย์ ต้องโทษจำคุก 6 ปี และได้รับการลดหย่อนเหลือ 3 ปี ซึ่งกำลังจะพ้นโทษในวันที่ 28 ก.พ. ที่จะถึงนี้ และได้หลบหนีออกไประหว่างทำงานอยู่ภายในสถานที่บริการการล้างรถชื่อพิเศษกรุงเทพคาร์แคร์ ซึ่งเป็นของเรือนจำ สำหรับรูปพรรณสัณฐานของผู้ต้องขัง มีส่วนสูงประมาณ 165 เซนติเมตร มีรอยสักยันต์อักขระรอบไหปลาร้า บริเวณหัวไหล่ซ้ายและขวา รวมถึงแผ่นหลัง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงเจเจ สีแดง ไม่ทราบเส้นทางหลบหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคาร์แคร์ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในพื้นที่เรือนจำคลองเปรม ใกล้กับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายในมีลักษณะเป็นโรงล้างชั้นเดียว เปิดโล่งแต่มีลูกกรงล้อมรอบใส่กุญแจแน่นหน้าอยู่ ติดกันมีห้องรับรองลูกค้าและที่พักเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ดูแลคาร์แคร์ ทั้งนี้คาร์แคร์ดังกล่าวเปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.30 น. - 15.00 น. หยุดวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีเจ้าหน้าที่เรือนจำคนใดให้ข้อมูลกับเรื่องที่เกิดขึ้น

...

ด้าน พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.ประชาชื่น เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า หลังได้รับการประสานจากเรือนจำ ได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อประสานข้อมูลจากเรือนจำ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบเรือนจำ เพื่อหาเส้นทางหลบหนี หากประชาชนพบเบาะแสให้รีบแจ้งสายด่วน 191 ได้ทันที

จากการสอบถามร้านค้าที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเล่าว่า ตนเคยเห็นนักโทษที่หลบหนีซึ่งทำงานอยู่คาร์แคร์ โดยนักโทษคนดังกล่าวเดินมาจากด้านในเวลาประมาณก่อน 08.00 น. ใส่ชุดธรรมดาเสื้อยืดสีขาว กางเกงเจเจ ถือกระเป๋า เดินออกไปทางประตูเล็กข้างเรือนจำด้านถนนงามวงศ์วาน ห่างจากที่ล้างรถประมาณ 100 เมตร ซึ่งจะเปิดเวลา 06.00 น. จนถึง 21.00 น. ลักษณะไม่ได้เร่งรีบเดินจึงไม่ได้คิดว่าเป็นนักโทษหลบหนี เพราะปกติจะมีนักโทษที่ถูกปล่อยตัว เดินออกทางนี้เป็นประจำ แต่ก็แปลกใจทำไมวันนี้ปล่อยตัวไวกว่าปกติ ซึ่งไม่ทันได้ถามนักโทษคนดังกล่าวก็เดินออกประตูไปแล้ว จนมาทราบว่าเป็นนักโทษหลบหนีหลังจากที่มีเจ้าหน้าที่นำรูปถ่ายมาให้ดู

ต่อมาเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า อันดับแรกต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการหลบหนีครั้งนี้ไม่ได้เป็นการหลบหนีที่ควบคุมภายในเรือนจำ แต่เป็นการหลบหนีออกจากพื้นที่คาร์แคร์ ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกอาชีพ เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว ซึ่งนักโทษต้องได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งค่อนและเหลือเวลารับโทษไม่นาน ตัวนักโทษที่หลบหนีไปก็เหลือโทษนิดเดียวจะพ้นโทษในวันที่ 26 ก.พ. หลังได้รับรายงานก็ลงมาดูจุดเกิดเหตุพร้อมกำชับให้มีความเข้มงวดกว่านี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว โดยมีการคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี รักและสนใจที่จะเรียนรู้อยากจะประกอบอาชีพภายนอก ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็ให้บริการล้างรถเจ้าหน้าที่และญาติผู้ต้องขัง ส่วนนี้จะมีผู้ต้องขังฝึกอาชีพทั้งหมด 10 ราย แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 5 ราย คนที่หลบหนีไปทำงานในส่วนนี้มาแล้ว 8 เดือน เหลืออีก 2 สัปดาห์ก็จะพ้นโทษไม่คิดว่าจะหลบหนี เป็นเรื่องที่น่าเสียใจทางกรมราชทัณฑ์เองพยายามสร้างความสมดุลระหว่างการบังคับโทษตามกฎหมาย กับการคืนคนดีสู่สังคมโดยการให้ความรู้ฝึกงานฝึกอาชีพ

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า อยากกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่าไม่ต้องกังวล จำนวนผู้ต้องขังจำนวนกว่า 3 แสนแปดพันคน ที่กรมราชทัณฑ์ดูแลอยู่ มีผู้ต้องขังหลบหนีได้ 20 ราย ตามกลับมาได้ 19 ราย หลบหนีข้ามพรมแดนโดยทางธรรมชาติพ้นวิสัยการติดตาม 1 คน ในปีงบประมาณที่แล้ว ในปีงบประมาณนี้นับตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมามีนักโทษหลบหนีรวม 9 รายรวมรายนี้ ซึ่งตามกลับมาได้ทั้งหมด 8 ราย เหลือเพียงรายนี้ซึ่งคาดว่าจะติดตามกลับมาได้ไม่ยาก ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้มีการประสานงานร่วมกับตำรวจในการติดตามตัวผู้ต้องขังรายนี้ และเมื่อตามกลับมาได้ก็จะโดนข้อหาหลบหนีที่ควบคุม ในส่วนนี้ก็จะเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะเพิ่มโทษอย่างไร

สำหรับที่ผ่านมามีปัญหาอยู่บ้างที่ผู้ต้องขังอยากหลบหนีจากเรือนจำ เนื่องจากผู้ต้องขังอยากเป็นนักโทษเด็ดขาด ที่ศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์ในการลดโทษหากเป็นนักโทษชั้นดี แต่หากยังอยู่ในระหว่างพิพากษาก็จะอยู่ในความควบคุมของตำรวจ ไม่ใช่กรมราชทัณฑ์ในส่วนนี้ก็จะไม่ได้สิทธิ์ในการลดโทษ ทำให้ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษและรู้ว่ากำลังจะถูกอายัดตัวในคดีอื่นๆ อยากหลบหนี ในกรณีนี้จริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ไม่คิดว่าผู้ต้องขังจะหลบหนี เนื่องจากรับโทษมาแล้ว 2 ปี 10 เดือน เหลืออีก 2 สัปดาห์ก็จะพ้นโทษ จึงไม่ได้ใช้เครื่องพันธนาการใดๆ เดินตามกันมาเช่นทุกวัน หลังจากนี้ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ควบคุมว่าเกิดความบกพร่องในส่วนใดก็ต้องรับโทษตามระเบียบต่อไป

...

"กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนให้ทราบว่า จากสถิติผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 จนถึงปัจจุบันมีผู้ต้องขังหลบหนีทั้งสิ้น 8 ราย สามารถจับกุมกลับมาได้ทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังออกรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอก และผู้ต้องขังที่ฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำ ขอให้ประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการควบคุมผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ว่าจะสามารถจับกุมผู้ต้องขังที่หลบหนีกลับมาได้อย่างแน่นอน และขอชี้แจงว่าการที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนีหรือให้การสนับสนุนในการหลบหนี หรือให้ที่พักอาศัยจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ 02-591-7060 ต่อ 1070 หรือ 081 467 8922 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง" พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว