ข่าว
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : เหตุร้ายที่ห้างโคราช ใหญ่ระดับก่อการร้าย? (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

05.12 น. มี เสียงปืนยิงรัวๆๆ

05.25 น. ยังคงมีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัดต่อเนื่อง ขณะนี้สถานการณ์ยังตึงเครียดท่ามกลางเวลาผ่านไปเกือบ 14 ชม. #กราดยิงโคราช

“Korat : เมืองที่คุณสร้างได้” เฟซบุ๊กเพจรายงานสถานการณ์ต่อเนื่องแบบไม่กะพริบตา พร้อมย้ำ #ขออภัย ขออนุญาตไม่ Live สดนะครับ น่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี หากมีอัปเดต (Update) อะไร จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ

สิ่งที่สื่อรวมทั้งผู้ใช้สื่อทุกคนต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ใหญ่ในครั้งนี้ “วรัชญ์ ครุจิต” โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งเตือนสาธารณะขีดวงไปที่สื่อมวลชน นักข่าว รายงานสถานการณ์ร้อนที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน...ข่าวดังที่มีผู้สนใจระดับโลกนี้ว่า

1.การแชร์ข่าวข้อมูลที่อาจขัดขวางหรือเป็นอันตรายต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ หรือเพิ่มอันตรายต่อผู้อยู่ในเหตุการณ์

2.การแชร์ข่าวปลอม ข้อมูลที่ผิดพลาด ทั้งอาจเกิดความสับสนต่อสังคม และผิดกฎหมาย

3.การเผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระตุ้นให้เกิดการเลียนแบบ ซึ่งรวมทั้งการคาดเดาแรงจูงใจ ซึ่งเป็นการหาข้ออ้างให้ผู้ก่อเหตุ ซึ่งการเลียนแบบอาจจะไม่เกิดขึ้นในพรุ่งนี้ แต่อาจเป็นเดือนหน้า หรือปีหน้าก็ได้ เมื่อมีสิ่งเร้าปัจจัยอื่นๆมากระตุ้นผู้ก่อเหตุ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุให้ความสนใจกับคดีชิงทองที่ลพบุรี

4.การสร้างให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็นคนดัง ทุกคนให้ความสนใจ อาจทำให้เป็นแรงจูงใจให้ผู้อื่นก่อเหตุเลียนแบบได้ 5.การละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยเฉพาะผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

“ถ้าไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ อย่างน้อยก็อย่าทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาครับ” ต่อเนื่องไปถึง...ความเสื่อมของสื่อไทย จากเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช (ทั้งที่เห็นเองและมีคนส่งมาให้)

“วรัชญ์ ครุจิต” แจกแจงว่า ช่อง O สัมภาษณ์คนที่ติดอยู่ในห้าง ...ช่อง T บอกรายละเอียดพิกัดเจ้าหน้าที่...ช่อง A สัมภาษณ์พ่อผู้เสียชีวิต

หลายช่องฝ่าฝืนคำสั่ง กสทช. ในการยังทำการไลฟ์หรือถ่ายทอดสดจากพื้นที่เกิดเหตุ...หลายสำนักข่าวลงภาพผู้เสียชีวิต เบลอบ้างไม่เบลอบ้าง ลงคลิปตอนกำลังยิงนอกห้าง...นี่เพิ่งวันแรกนะ ยังขนาดนี้ ถามจริงๆคุณไม่ละอายใจเหรอ ที่ต้องให้คนทั่วไปมาสอนเรื่องจริยธรรมสื่อมืออาชีพ?

#มีสื่อไว้ทำไม

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 01.40 น. รายงานข่าว ระบุว่า เจ้าหน้าที่กองปราบฯทยอยพาเหยื่อกราดยิงออกจากห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 หลังติดอยู่ภายในห้างนานกว่า 7 ชั่วโมง

ล่าสุด...เวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถนำเหยื่อที่ติดค้างภายในห้างออกมาได้หมดทุกคนแล้ว

ทุกวินาทีทุกความเคลื่อนไหวในเหตุการณ์นี้ สื่อทุกแขนงโดยเฉพาะสื่อออนไลน์เฝ้าชิงจังหวะฉวยรายงานเพื่อมุ่งหวังความคืบหน้าเท่าทันสถานการณ์จนดูเหมือนว่าเป็นประหนึ่งการแข่งขันที่ร้อนแรงยิ่งขึ้น

ใครเร็วกว่า ใครไวกว่า...ลึกกว่า เห็นภาพแบบใกล้ชิดเกาะติดสถานการณ์กว่าก็ได้ยอดไลค์ยอดแชร์ถล่มทลาย ทว่า...ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเหมือนดาบสองค

ย้อนไปเกือบเที่ยงคืนวันที่ 8 ก.พ.63 นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล (Kampanart Tansithabudhkun, M.D.) ให้ทัศนะไว้ว่า การก่อคดีอุกฉกรรจ์ในขณะนี้ซึ่งเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศและอาจจะไปทั่วโลก...โดยหลักการสากลแล้วไม่ว่าผู้ก่อการร้ายจะเป็นผู้มีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงหรือไม่...หรือไม่ได้เจ็บป่วยก็ตาม...

คิดว่ายังไงก็ต้องมีรูปแบบของการเจรจาต่อรองที่เหมาะสม ... ซึ่งจะหมายความรวมถึงการจำกัดพื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับทุกๆฝ่ายและที่เหลือก็เป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมีทั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์และผู้ปฏิบัติงาน เช่น การควบคุมฝูงชนและทีมเจรจาต่อรอง

...ซึ่งผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็จะเป็นคนพิจารณาดูแลความปลอดภัยตามสถานการณ์ที่เหมาะสม รวมถึงการจัดการเรื่องของสื่อมวลชนด้วยครับ

...ความยากในยุคปัจจุบันก็คือเมื่อมี “โซเชียลมีเดีย (Social Media)” เข้ามาก็จะกลายเป็นดาบสองคม...ซึ่งอาจเพิ่มช่องทาง

การติดต่อในการเจรจาต่อรองและอาจจะช่วยให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลงไปได้บ้าง...หรืออาจจะทำให้สถานการณ์ต่างๆแย่ลงไปอีกมาก...

“ถ้าผู้ก่อเหตุหรือผู้ก่อการทั้งหลายต้องการนำเสนอเรื่องราวเพื่อความเมามันหรือความสะใจออกทางโซเชียลมีเดีย ก็ถือว่าเข้าแก๊ปของผู้กระทำการอุกอาจนี้ทันที”

...สิ่งที่เราในฐานะประชาชนคนธรรมดาจะช่วยเหลือให้สถานการณ์ให้ไม่เลวร้ายลงไปกว่านี้ก็คือ...พยายามอย่าทำตัวเป็นไทยมุง...เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่

...อีกอย่างหนึ่งที่ควรจะต้องทำก็คือติดตามข่าวจากสื่อหลักๆ (ที่ได้รับอนุญาตและควบคุมอย่างเหมาะสม)...มากกว่าการพยายามทำข่าวด้วยตัวเองแชร์กันไปแชร์กันมา แล้วถ้าคนร้ายนั่งดูอยู่ก็อาจจะเป็นการยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของคนร้ายให้รุนแรงมากขึ้นได้ หรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคนร้ายได้เช่นเดียวกัน

เช่น หลอกล่อให้มวลชนหรือสื่อมวลชนเข้ามาในที่ที่คนร้ายต้องการแล้วอาจจะมีการฆาตกรรมหมู่อะไรพวกนี้...นั่นคือสิ่งที่พวกเราจะต้องระมัดระวัง...ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมเรื่องการเจรจาต่อรองได้ปฏิบัติการอย่างสะดวก ซึ่งจะเป็นระบบระเบียบที่ดีมากกว่านี้ครับ

...ภาพข่าวและคลิปวีดิทัศน์ที่ล่อแหลม หวาดเสียว กรุณางดแชร์ ครับ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสุขภาพจิตซ่อนอยู่และถูกกระตุ้นให้อารมณ์แกว่งได้ง่าย...และการเสพสื่อการเสพข่าวแบบนี้อาจจะยิ่งทำให้เกิดการกระตุ้นความเจ็บป่วย เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้าให้รุนแรงมากขึ้น

...หรือบางรายที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียโดยตรงก็อาจจะมีสภาวะที่เรียกว่า Post-Traumatic Stress Disorder คือ สภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง ส่งผลให้เกิดความเครียดอย่างมาก อาทิ ภัยพิบัติ อุทกภัย แผ่นดินไหว การก่อการจลาจล การฆาตกรรม สงคราม การปล้นฆ่า ข่มขืน หรือ (PTSD) ตามมาได้ครับ

...ขอความร่วมมือพี่น้องชาวไทยอีกครั้งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆเหตุการณ์ในขณะนี้นะครับ กรุณาถอยหลังมาตั้งหลักและตั้งสติควบคุมอารมณ์ตัวเองดีๆ อย่าแสดงความโกรธแค้นชิงชังแล้วใช้อารมณ์เข้าไปปะทะต่อสู้หรือไลฟ์สด...ซึ่งอาจจะเสี่ยงอันตรายและอาจเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย...

จะยิ่งทำให้การทำงานลำบากมากยิ่งขึ้นครับ

...สุดท้ายนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ที่สูญเสียและขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานได้ประสบความสำเร็จและผู้ที่ยังคงติดค้างอยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นภาวะวิกฤติขนาดนี้ได้ปลอดภัยกันทุกๆฝ่ายด้วยนะครับ #พระคุ้มครองและบุญรักษาครับ

...กว่าสถานการณ์จะสงบจบลง แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กราดยิงโคราชก่อการร้ายสกู๊ปหน้า 1ปัญหาสุขภาพจิตภาพข่าวความรุนแรงโรคซึมเศร้า

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้