ตำรวจ สภ.ภาชี ควบคุมตัวสาว 48 ปีที่อยุธยาเห็นสาวนั่งกินเหล้าข้างสามี โมโหหึงจัดบุกชักมีดแทงเข้าอกจนเสียชีวิตกลางวงเหล้า จากการสอบสวนเบื้องต้นปมเหตุมาจากความหึงหวง ก่อนคุมไปดำเนินคดีตาม ก.ม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 30 ม.ค.63 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.อำนาจ ประเทือง สว.(สอบสวน) สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีดแทงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านเลขที่ 62/2 ม.7 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ไปให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง บริเวณหน้าบ้านพบ น.ส.วารุณี ศรีเผือก อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 ม.7 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา มีถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอกซ้ายและหัวไหล่หมดสติจมกองเลือดอยู่บนเก้าอี้ เลือดไหลนองเต็มพื้น เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลภาชี เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ใกล้กันพบ นายเชาวลิต ลิ่มทองน้อย อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ม.7 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา มีบาดแผลถูกแทงเข้าที่หัวไหล่ซ้าย นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลภาชี อาการปลอดภัยแล้วตรวจสอบที่บริเวณโต๊ะใต้ถุนบ้านพบขวดสุรา จำนวน 2 ขวด จานชามกับแก้ม ที่พื้นพบกองเลือดจำนวนมาก

...


นายเชาวลิต กล่าวว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนได้นั่งสังสรรค์ ดื่มเหล้าขาว อยู่กับเพื่อนอีก 5 คน รวมถึงผู้เสียชีวิตด้วย ที่หน้าบ้าน จู่นางสาวสุดารัตน์ เฮงสิงห์โต อายุ 48 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นแฟนของตน ได้ตรงเข้ามาใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่หน้าอกของ น.ส.วารุณี ศรีเผือก 39 ปี ผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ครั้ง แล้วหันกลับมาแทงเข้าที่หัวไหล่ของตน แล้วรีบวิ่งหลบหนีไป โดยไม่ได้พูด อะไรกับใคร ท่ามกลางความตกใจ ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดความหึงหวงที่เห็นตนนั่งอยู่กับผู้ตายไม่คิดว่าจะทำกันได้ขนาดนี้ คบหากันมา 7 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เลย


ด้าน พ.ต.ท.อำนาจ ประเทือง สว.(สอบสวน) สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าหลังจากได้รับแจ้งเหตุได้ออกไปตรวจสอบทันที จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นางสาวสุดารัตน์ หลังจากที่ก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปที่บ้านพักของตัวเอง ใน อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้นได้ติดต่อมาขอมอบตัว จึงให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปควบคุมตัวเพื่อทำการสอบสวนจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุนั้นได้หึงหวงที่ผู้ตายนั้นมานั่งอยู่ข้างๆ แฟนของตน จึงได้ใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นได้ส่งไปชันสูตรที่ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี.