“ผู้การฯนนท์” พร้อมด้วยผกก.โรงพักบางบัวทอง หิ้วทำแผน โจรบุกเดี่ยวปล้นร้านทอง “เยาวราชเอ็มโกลด์” ภายในหมู่บ้านบัวทอง กวาดทองของกลางไป 59 บาท คิดเป็นมูลค่า 1.3 ล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 ม.ค.63 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูบาล ทับจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ,พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.,พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.วรรณสิน พูลเดช รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.ณัฐจักร์ มาลีเวชเชษพงศ์ สว.สส.สภ.บางบัวทอง นำตัวนายอภิเชษฐ์ กรพิทักษ์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ร้านทอง “เยาวราชเอ็มโกลด์” ภายในหมู่บ้านบัวทอง เลขที่ 50/1 หมู่ 10 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ
โดยจุดแรกบริเวณที่จอดรถ ผู้ต้องหานำรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌก-4393 กทม. ขับมาจอดภายในซอยใกล้กับร้านทอง ห่างไปประมาณ 20 เมตร ก่อนเข้าไปที่ร้านทอง ใช้อาวุธปืนเล็งไปที่คนขายทองภายในร้าน และไปที่จุดกล้องวงจรปิด จะยิงกล้องวงจรปิด แต่ไม่ยิง หลังจากนั้นพอได้ทอง จะวิ่งหลบหนีออกจากร้าน พอมาถึงประตูเปิดไม่ออก เนื่องจากประตูถูกล็อคอัตโนมัติ จึงใช้อาวุธปืนทุบกระจกแต่ไม่แตก จึงใช้อาวุธปืนยิงไปที่ประตูกระจก 1 นัดก็ยังไม่แตก ต้องยิงนัดที่ 2 กระจกถึงแตก จากนั้นรีบวิ่งออกมาจากร้านขับรถหลบหนีไปที่บ้านของภรรยา บ้านเลขที่ 41/224 หมู่บ้านพฤกษา 45 ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อเอาทองที่ชิงมาไปเก็บ ก่อนที่จะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในที่สุด
...
ภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอภิเชษฐ์ ขึ้นรถตู้เดินทางกลับทันที โดยผู้สื่อข่าวพยายามที่จะสัมภาษณ์ นายอภิเชษฐ์ ผู้ต้องหา ถึงสาเหตุที่ลงมือใช้อาวุธชิงทองในครั้งนี้ แต่นายอภิเชษฐ์ มีอาการเคร่งเครียด ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก
ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า นายอภิเชษฐ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง เพื่อจะนำเอาทองไปขายแล้วนำเงินมาใช้หนี้สินเกี่ยวกับธุรกิจรถถมดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยึดสร้องทองน้ำหนักรวม 59 บาท คิดเป็นเงินก็ประมาณ 1.3 ล้านบาท โดยตามยึดได้ที่บ้านของนายอภิเชษฐ์ ผู้ต้องหา ส่วนเพื่อนที่นำทองไปขาย เราต้องดูที่เจตนาว่า มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางทั้งสร้อยทอง และเงินสด มาได้ครบหมดแล้ว หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะนำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินการฝากขังต่อไป
“ฝากเตือนผู้ที่คิดจะก่อเหตุชิงทอง ว่าอย่าทำ เพราะกล้องวงจรปิดมีเยอะ และกลุ่มไลน์ไล่ล่าตาสับปะรดมีทั่วทั้งจังหวัดนนท์ หนีไม่รอดหลอก อย่าคิดทำ” ผู้การฯนนท์ กล่าวย้ำทิ้งท้าย.
รายงานข่าวแจ้งว่า ทองคำน้ำหนัก 3 บาท ที่นายอภิเชษฐ์ ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปให้ น.ส.ทราย (นามสมมุติ) เอาไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่ง บริเวณปากทางเข้า ม.พฤกษา 3 ในราคา 62,500 บาท โดยจากการสอบปากคำ น.ส.ทราย ให้การกับตำรวจว่า วันเวลาดังกล่าว จะไปตลาดพฤกษา 3 นายอภิเชษฐ์โทรมาหาบอกว่าให้นำทองไปขายให้หน่อย ด้วยความที่เห็นว่าเป็นญาติกัน จึงตกลงนำไปขายที่ร้านทองดังกล่าว ได้เงินมา 62,500 บาท ก็นำมาให้นายอภิเชษฐ์ทั้งหมด ไม่ได้รู้ว่าทองดังกล่าวมาจากที่ไหน และไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆเลย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำไว้ ก่อนที่จะปล่อยตัวไปและไม่ได้แจ้งขอหาใดๆ