ข่าว
100 year

ล่าโจรโหดปล้นร้านทอง “ผบ.ตร.” ลั่นต่อสู้-จับตาย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ม.ค. 2563 05:02 น.
SHARE

สะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศกับเหตุการณ์สุดเหี้ยมของโจรบุกเดี่ยวปล้นทองร้านทองออโรร่า ภายในห้างโรบินสัน สาขาลพบุรี เหตุเกิดกลางเมืองลพบุรีวันที่ 9 ม.ค. ทำให้มีคนเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย

หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอายุเพียง 2 ขวบ ที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเลย

ยิ่งคนที่ได้เห็นคลิปภาพนาทีก่อเหตุของคนร้ายที่ถูกเผยแพร่ออกมาในโลกโซเชียล แสดงให้เห็นความโหดเหี้ยมของคนร้าย ไม่มีใครรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เรียกร้องให้ตำรวจไล่ล่า “จับตาย” ให้สาสมกับความช้ำช้า

ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้คนไทยทั้งประเทศ

ขณะที่ประชาชนเดินจับจ่ายซื้อของในช่วงใกล้ที่ห้างจะปิด จู่ๆมีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัด ใส่เสื้อดำ สวมกางเกงลายพราง ใส่รองเท้าคอมแบต สวมหมวกไอ้โม่งสะพายกระเป๋า เดินมาที่ร้านทองออโรร่าอย่างใจเย็น

ก่อนใช้อาวุธปืนเก็บเสียงขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ อายุ 31 ปี พนักงานห้างทองที่เป็นผู้หญิงไม่มีทางต่อสู้ ไม่มีโอกาสแม้จะร้องขอชีวิตเสียชีวิตภายในร้าน และยิงกราดไปมาก่อนจะลงมือชิงทองรูปพรรณภายในร้าน

ขณะที่คนร้ายลงมือปล้นร้านทองหัวหน้า รปภ. และ รปภ.ของห้างทราบเรื่อง พยายามเข้าระงับเหตุ ส่งผลทำให้ นายธีรฉัตร นิ่มมา อายุ 33 ปี รปภ.ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเป็นรายที่สอง

ที่น่าหดหู่ใจอย่างมากคนร้ายยิงเข้าที่หัวของ ด.ช.ภานุวทธญ์ วงศ์อยู่ อายุ 2 ขวบ ขณะเดินอยู่กับแม่ที่กำลังเดินเที่ยวในห้าง แต่ที่เป็นเหยื่อเสียชีวิตรายที่ 3 คนร้ายยิงเพื่อเปิดทางหลบหนี ทำให้กระสุนถูกเด็กน้อยวัย 2 ขวบที่ไร้เดียงสาล้มลงเสียชีวิตภายในอ้อมกอดของคนที่เป็นแม่

ก่อนยิงปืนกราดเปิดทางหลบหนี เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากคมกระสุนอีก 4 คน นางสุภาวดี ขุนสนิท อายุ 44 ปี นายประเสริฐ คงลี อายุ 22 ปี น.ส.เปมิกา กลื่นดอกแก้ว อายุ 34 ปี นายยุทธการ ขุนสนิท อายุ 43 ปี

คนร้ายวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-แดง หลบหนี พร้อมทองคำที่ปล้นไปได้ 26 บาทหรือประมาณ 5 แสนบาท หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้วิทยุสกัดจับทั่วเมือง แต่ยังไร้วี่แววคนร้าย

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ณัฐพล ศุภระศร ผบก.ภ.จ.ลพบุรี พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ ปิดล้อมตรวจค้นทั้งเมืองลพบุรี ทีมสืบสวนกระจายกำลังติดตามไล่ล่าตัวคนร้าย พล.ต.ท.อำพล สั่งให้ใช้มาตรการเด็ดขาด หากผู้ต้องหาต่อสู้ขัดขืนให้ “จับตาย” ได้ทันที

ก่อนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ลงทำหน้าที่ ผบ.เหตุการณ์ ด้วยตัวเอง เร่งรัดชุดสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ สร้างความตื่นตระหนักของประชาชน

เน้นย้ำชุดคลีคลายคดีต้องระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืน หากมีการต่อสู้ขัดขืนและประสงค์ต่อชีวิตเจ้าหน้าที่มีการต่อสู้ขัดขืนให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด

หากคนร้ายขัดขืน ผบ.ตร.ไฟเขียวให้ “วิสามัญฆาตกรรม” ได้ทันที เพื่อให้สมกับพฤติกรรมความโหดเหี้ยมเกินบรรยายของคนร้ายที่กระทำกับผู้คนบริสุทธิ์ และเด็กวัย 2 ขวบที่ไม่รู้เรื่อง

ผบ.ตร.กำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการในการป้องกันเหตุในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นวงรอบความถี่การออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมกำหนดแผนเผชิญเหตุในทุกพื้นที่ รองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าร่วมสั่งการให้ ผบช.ภ.1 จัดทีมสืบสวน ชุดปฏิบัติการพิเศษ จ.ลพบุรี ลงพื้นที่ไล่ล่าคนร้ายคาดว่า ใช้เส้นทางหนองโดนสระบุรี ท่าวุ้งลพบุรี ท่าเรืออยุธยา พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป จัดตำรวจกองปราบฝีมือดี ลงพื้นที่ร่วมกับพื้นที่สืบสวนติดตามคนร้าย และใช้สื่อโซเชียล IO ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสข้อมูลคนร้าย มีข้อมูลของประชาชนแจ้งเข้ามา นับเป็นประโยชน์ต่อคดี

ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจสืบสวนภาค 1 ตำรวจลพบุรี ลงพื้นที่ร่วมกันไล่ล่าหาเบาะแสตัวคนร้าย จากคลิปเหตุการณ์ที่คนร้ายลงมือก่อเหตุและหลบหนีได้แนบเนียนแบบมือ อาชีพ บ่งบอกถึงความสามารถในการใช้อาวุธปืนของคนร้ายเป็นอย่างดี ลักษณะท่าทางคนก่อเหตุ คล่องแคล่วว่องไว คล้ายกับคนที่ถูกฝึกมา การแต่งกาย ชุดที่สวมใส่บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพ ที่วางแผนเตรียมการมาเป็นอย่างดี

คนร้ายมีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์การใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี สามารถดัดแปลงอาวุธปืนขนาด 9 มม. มาเป็นปืนเก็บเสียง การยิงเด็กเปิดทางเพื่อหลบหนี เบี่ยงเบนความสนใจ การขับขี่รถ จยย.หลบหนีไปในเส้นทางที่ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด ถือเป็นงานที่ไม่ง่ายของตำรวจในการติดตามลากคอคนร้ายรายนี้มาลงโทษ

ไม่ใช่งานง่ายๆ ในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ ทำให้ต้องอาศัยความร่วมมือของคนไทยที่พบเห็นเบาะแสคนร้าย นำไปสู่การคลีคลายคดีปล้นร้านทองสุดโหดที่เคยเกิดขึ้นมา

พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.ท.อำพล ประกาศแจ้งว่า เหตุอุกอาจปล้นร้านทองที่ จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ผู้แจ้งเบาะแสข้อมูลนำไปสู่การจับกุมคนร้ายจะมอบเงินรางวัลผู้ที่แจ้งเบาะแส 1 แสนบาท

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ขณะนี้เรียกระดมนักสืบทั้งตำรวจภาค 1 ตำรวจลพบุรี ตำรวจกองปราบปราม เร่งสืบสวนและออกไล่ล่าคนร้าย มีกลุ่มไลน์ไล่ล่าที่ตนตั้งขึ้นมา จะมีแนวร่วมทั้งตำรวจ ประชาชน คอยให้ข้อมูลเบาะแส ขอให้เวลาตำรวจทำงานก่อน ส่วนใครที่ได้เบาะแสแจ้งมาได้ที่ตนหรือตำรวจพื้นที่มีรางวัลให้ 230,000 บาท เชื่อว่าไม่นานจะสามารถรู้ตัวคนร้ายอย่างแน่นอน โจรคนนี้จิตใจช่างโหดเหี้ยม ปล่อยเอาไว้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ตั้งแต่รับราชการมา ยังไม่เคยเห็นคนร้ายที่โหดเหี้ยม จิตใจผิดปกติขนาดนี้ ฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องยังทำได้ลงคอ”

คดีนี้ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 มาคุมเกมไล่ล่าตัวคนร้ายรายนี้ด้วยตัวเอง เพื่อเร่งนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสังคมอยากให้จัด การขั้นเด็ดขาด ไม่สมควรปล่อยคนร้ายที่เลวยิ่งกว่าสัตว์นรก

ลอยนวลทำความหวาดระแวงให้กับคนในสังคม.

ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปล้นร้านทองลพบุรีแกะรอยรอบสัปดาห์ทีมข่าวอาชญากรรมร้านทองออโรร่าจักรทิพย์ ชัยจินดา

Most Viewed