ข่าว
100 year

ตายพุ่ง 256 ศพ เมาขับเยอะสุด 5 วันอันตรายบาดเจ็บ 2,588 คน

ไทยรัฐออนไลน์1 ม.ค. 2563 14:57 น.
SHARE

ผบ.ตร.ขอบคุณตำรวจทุกนาย ดูแลกิจกรรมงานเทศกาลปีใหม่ลุล่วงไปด้วยดี ขณะที่ ศปถ.สรุปยอดอุบัติเหตุ 5 วันตายสังเวยปีใหม่แล้ว 256 ศพ บาดเจ็บ 2,588 คน สาเหตุเมาแล้วขับยังครองแชมป์

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการรักษาความปลอดภัย และการจัดการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่าจากข้อมูลจากศูนย์อำนวยการและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้สรุปอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 27-31 ธ.ค.2562 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 2,529 ครั้ง ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562, มีผู้บาดเจ็บ 2,588 คน ลดลง 240 คน คิดเป็นร้อยละ 8.49 จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 และผู้เสียชีวิต 256 คน ลดลง 72 คน คิดเป็นร้อยละ 21.95 จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562

โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะกวดขันวินัยจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ตาม 10 ข้อหาหลัก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญคือ ขับรถขณะเมาสุรา, ขับรถย้อนศร, ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร, ไม่แซงในที่คับขัน, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ในส่วนของมาตรการทางกฎหมายในการขยายผลและการดำเนินคดีกับร้านค้าหรือสถานบริการที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนไปใช้บริการ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยขับขี่รถขณะเมาสุรา ตั้งแต่วันที่ 27-30 ธ.ค. 62 ดำเนินการขยายผลไปแล้ว 24 ราย ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายสุราให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 8 ราย, ข้อหายุยงส่งเสริมเด็กหรือเยาวชนดื่มสุรา จำนวน 5 ราย, ไม่เข้าข้อกฎหมาย จำนวน 11 ราย

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้านไว้กับตำรวจ) ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคม 2562 มีประชาชนฝากบ้านไว้กับตำรวจทั่วประเทศ 9,248 หลัง มากกว่าช่วงปีใหม่ 2562 จำนวน 299 หลัง คิดเป็นร้อยละ 3.23% โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทเสียสละ อดทน เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การกระทำความผิดกฎหมายทุกประเภท รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุร้าย ตลอดจนอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

อย่างไรก็ตาม ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และอำนวยความสะดวกการจราจร ให้แก่ประชาชนที่กำลังทยอยเดินทางกลับให้ครบทุกช่องทาง ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง จุดบริการประชาชนทุกแห่ง ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางที่สถานีขนส่ง รถไฟสถานีรถไฟ และเครื่องบินสนามบิน โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อม บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จิตอาสาพระราชทาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งในภาครัฐและเอกชน

โดยน้อมนำพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ห้วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกการจราจรแก่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ในทุกมิติ

ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนที่จะเดินทางใช้รถใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎจราจรและคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจรเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งขอให้พี่น้องประชาชนศึกษาเส้นทาง ตรวจเช็กสภาพรถ เครื่องยนต์ก่อนออกเดินทาง เพราะหากเครื่องยนต์ สภาพรถมีปัญหา จะทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้น และพี่น้องประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือสามารถแจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ได้ที่ สายด่วน บก.จร. หมายเลข 1197 หรือสายด่วนตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 หรือหากประสบเหตุหรือพบสิ่งผิดปกติไม่น่าไว้วางใจ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ทั่วประเทศ หรือแจ้งผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน police I lert you ได้ทันที.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยอดตายอุบัติเหตุปีใหม่ปีใหม่จราจรเมาขับลดอุบัติเหตุอุบัติเหตุบนท้องถนนข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้