ข่าว
100 year

มัวก้มดู “จีพีเอส” เก๋งชนไฟท่วม รองโฆษก ตร.ยกเคสนี้เป็นอุทาหรณ์

ไทยรัฐออนไลน์8 ธ.ค. 2562 13:40 น.
SHARE

อุทาหรณ์ สาววัย 33 ขับเก๋งก้มหน้าดู GPS ค้นหาเส้นทาง ไม่ดูถนนให้ดี รถเสียหลักเฉี่ยวชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างข้างทางไฟลุกท่วมทั้งคัน แต่ยังโชคดีมีสติ เปิดประตูรถหนีออกมาได้ทันเวลา รองโฆษก ตร.ชี้ควรศึกษาเส้นทางให้ดี ก่อนออกเดินทาง เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.62 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว ระทึก! สาวก้มดู GPS นำทางชนเสาไฟอย่างจัง ไฟลุกท่วมหนีตาย ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองชัยนาท ว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 03.45 น. ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้รถเก๋งบริเวณเชิงสะพานธรรมจักร (เมืองชัยนาท-ท่าชัย) ฝั่งตำบลท่าชัย อ.เมือง จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่ตำรวจึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบ 

จากการตรวจสอบรถพบรถติดตั้งแก๊ส NGV และยังมีถังแก๊สปิกนิกวางอยู่หลังเบาะ อีก 1 ถัง ของรถเก๋ง เชฟโรเลต สีขาว ทะเบียน ฎช 3158 ถูกไฟลุกท่วมทั้งคัน มี น.ส.ใหม่ อายุประมาณ 33 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและปากแตก

โดย น.ส.ใหม่ แจ้งว่าขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ก้มมองแผนที่ในโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันนำทาง แต่ทำให้รถเสียหลักเฉี่ยวชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างข้างทาง ทำให้ไฟไหม้รถได้รับความเสียหาย และตนเองได้รับบาดเจ็บ

“ขณะเกิดเหตุ ตนได้ก้มมองแผนที่ในโทรศัพท์ แต่ทำให้รถเสียหลักเฉี่ยวชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างข้างทางเต็มแรง ทำให้รถหมุน แอร์แบ็กทำงานกระแทกเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ปวดคอมาก โชคดีได้สติรีบเปิดประตูรถออกมาได้ทัน จากนั้นจึงเกิดไฟลุกไหม้ท่วมรถ มีชาวบ้านช่วยโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยเหลือ”

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว อยากให้ยกเป็นอุทาหรณ์ และขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการนำทาง(GPS) หรือ แอปพลิเคชันอื่นๆ ในขณะที่มีการขับขี่หรือควบคุมยานพาหนะต่างๆ นั้น สามารถใช้ได้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่ควรมีการศึกษาเส้นทางให้ดีเสียก่อนที่จะออกเดินทาง เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะใช้งานควบคู่กับการขับขี่ยานพาหนะ เพราะนอกจากทำให้สูญเสียการมองเห็นทัศนียภาพในเบื้องหน้า เนื่องจากต้องก้มมองแอปพลิเคชัน อาจส่งผลทำให้เกิดการเฉี่ยวชน อุบัติเหตุ นำมาซึ่งการสูญเสียทั้งในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของตัวผู้ขับขี่หรือผู้ร่วมทางรายอื่นได้ และอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ

รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จากอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายครั้ง จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัย ไม่ว่าจะมีการออกคำสั่ง หน.คสช.ที่ 15/2560 เรื่อง มาตรการการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสาธารณะ ซึ่งในกรณี ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ และห้ามนั่งแค็บในรถยนต์ 2 ประตู รวมทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์ เนื่องด้วยทางรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล จึงสั่งการให้กองบัญชาการทุกภาคส่วน โดยในพื้นที่ กทม. ให้ บก.จร. และ จนท.ตำรวจจราจร เป็นหน่วยหลัก และในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ ภ.1-9 และ บก.ทล. เป็นหน่วยหลักในการบังคับใช้กฎหมาย การให้บริการประชาชน ตลอดจนการดำเนินการในทุกมิติพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมสร้างช่องทางการรับรู้ให้กับประชาชนเล็งเห็นความสำคัญในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เคารพกฎจราจร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งตัวผู้ขับขี่และผู้ร่วมทาง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งให้เหตุด่วนเหตุร้าย ได้ที่สายด่วน 191 หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือสามารถแจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ได้ที่ สายด่วน บก.จร. หมายเลข 1197 และ สายด่วน ตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีพีเอสก้มดูจีพีเอสก้มดู GPSGPSเก๋งชนไฟลุกเก๋งชนไฟท่วมอุทาหรณ์ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้