ข่าว
100 year

ลูกฆ่า-หั่นแม่ พยานหลักฐานชัด รองผบช.น.ยืนยัน โต้พวกมโนโซเชียล (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 พ.ย. 2562 05:10 น.
SHARE

รองแมน-พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น.ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ ลูกฆ่าแม่ก่อนหั่นศพยัดตู้เย็น เผยพบรอยตอกที่พื้นคาดใช้มีดวางบนร่าง ก่อนใช้ค้อนตอกให้ร่างขาดออกจากกัน ส่วนกล้องวงจรปิดจับภาพ ชัดเจน 2 แม่ลูกเข้ามาในบ้านตั้งแต่เสาร์ที่ 23 พ.ย. จากนั้นไม่มีใครเข้ามาอีก กระทั่งเพื่อนสาวผู้ตายมาตามในวันเกิดเหตุ แฉพบลูกชายเริ่มคลุ้มคลั่ง เลยโทร.ให้เพื่อนตำรวจที่พักอยู่ใกล้ๆมาดู ขณะที่เพื่อนตำรวจโทร.เรียกเพื่อนสายตรวจที่เข้าเวรมาสนับสนุนอีก 2 คน แต่ยังไม่ทันเข้าบ้าน ลูกชายใช้ปืนจ่อขมับลั่นไกยิงตัวตายแล้ว ด้านศพแม่ ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดสุโขทัยแล้ว ส่วนร่างลูกชาย พ่อจะมารับศพวันพรุ่งนี้

จากเหตุสยองขวัญปนปริศนาฆาตกรรม เมื่อ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ถูกลูกชายคือนายศิระ สมเดช วัย 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ป่วยซึมเศร้าลงมือฆ่าก่อนหั่นศพเป็นท่อนๆยัดตู้เย็นไว้ในบ้านย่านซอยท่าข้าม 28 กระทั่ง น.ส.วรนุช วงษ์ชัย อายุ 35 ปี เพื่อนสนิทร่วมธุรกิจไฟแนนซ์ผู้ตายติดต่อไม่ได้ เกิดสงสัยชวนนายบุญชัย ฐิติณรงค์ อายุ 42 ปี ลูกน้องไปหาที่บ้านพบนายศิระ ลูกชาย แต่เมื่อถามถึงแม่ นายศิระอ้างไม่เห็น ทั้งๆที่รถยนต์ผู้ตายจอดอยู่ ประกอบกับนายศิระมีพฤติกรรมน่าสงสัย เลยเข้าไปตะโกนเรียกหาในบ้าน แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเปิดตู้เย็นเจอชิ้นส่วนนางยุรีย์ถูกแช่ไว้ ก่อนจะตกใจซ้ำสอง เมื่อนายศิระชักปืนจ่อขมับยิงตัวเองไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุเกิดและพบศพเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ขณะที่โลกโซเชียลตั้งปมสงสัยลูกฆ่าแม่จริงหรือ

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ สน.ท่าข้าม พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 เปิดเผยว่า คดีนี้ต้องอาศัยเวลาและพยานหลักฐานที่จะทำให้พิสูจน์ทราบได้ว่าการเสียชีวิตของผู้ตายที่ถูกหั่นศพนั้นเกิดจากผู้ใด ส่วนกระแสสังคมตั้งข้อสังเกตอาจจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทั้งสองคนนั้น จะรวบรวมพยานหลักฐานและรับฟังอยู่โดยยังไม่ได้ตัดประเด็น เรารู้แต่ว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีอะไรมาตอบข้อสงสัยต้องหาพยานหลักฐานทุกอย่างทั้งจากกล้องวงจรปิด โทรศัพท์และพยานแวดล้อม ต้องให้แพทย์รายงานผลการชันสูตรว่า เขาตายกี่ชั่วโมง ผู้ตายติดต่อกับใครครั้งสุดท้าย มีพยานหลักฐานอะไรจะเชื่อมโยงว่าเป็นเรื่องที่พอจะยืนยันได้ว่าผู้ตายจะมีชีวิตอยู่ตอนนั้นหรือไม่ ทั้งนี้ ได้เก็บดีเอ็นเอคราบเขม่าปืนจากพยาน 2 คนที่พบศพ รวมทั้งสอบปากคำแพทย์ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ที่จ่ายยาว่าอาการป่วยของลูกชายผู้ตายถึงขั้นไหนจะต้องพิสูจน์ทราบ

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายมนต์ชัย ฉิมเอี่ยม นายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม โดยเผยว่า รู้จักกับ น.ส.ยุรีย์ มา 9-10 ปี ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ช่วงเวลา 20.00 น. ได้โทรศัพท์หาผู้ตายเพื่อคอนเฟิร์มงาน ผู้ตายรับโทรศัพท์ตามปกติ กระทั่งสายวันที่ 25 พ.ย. ได้ติดต่อ น.ส.ยุรีย์อีกครั้ง ไม่สามารถติดต่อได้เกรงจะเสียงาน ได้วานให้ น.ส.วรนุช วงษ์ชัย เพื่อนผู้ตายทำงานอยู่ร้านเสริมสวยใกล้บ้านผู้ตายไปดูที่บ้าน ระหว่างนั้นขับรถมาที่บ้านผู้ตายด้วยเช่นกัน เมื่อไปถึงพบ น.ส.วรนุชนั่งร่ำไห้อยู่หน้าบ้าน มีตำรวจสายตรวจอยู่ด้วย

เช่นเดียวกับ น.ส.บี (นามสมมติ) ครูสอนพิเศษ เป็นเพื่อน น.ส.ยุรีย์เข้าให้การพร้อมกล่าวว่า รู้จักนายศิระ หรือกาย ตั้งแต่เด็กเพราะเป็นครูสอนพิเศษ น้องกายเขียนหนังสือได้ทั้งซ้ายและขวา ส่วนตัวที่รู้จัก น้องกายเป็นคนน่ารัก อุปนิสัยดี ไม่ก้าวร้าวแต่เพิ่งเข้ารักษาโรคในช่วงหลัง เพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ มีอาการขว้างปาข้าวของ แต่ไม่มีพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่น ส่วนความสัมพันธ์แม่ลูกคู่นี้ทราบว่ามีคนมาจีบ น.ส.ยุรีย์ หากถามว่าน้องกายหวงแม่หรือไม่นั้น น่าจะหวงเป็นเรื่องปกติ เพราะทั้งคู่รักกันดูแลกันตลอด ส่วนตนไม่เชื่อว่าน้องกายจะก่อเหตุในครั้งนี้

ด้านการคลี่คลายปมสงสัย มีบุคคลอื่นใดเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ 2 แม่ลูกคู่นี้หรือไม่ เมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ เลขที่ 17 ถนนท่าข้าม ซอย 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. อีกครั้ง โดยประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ารวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติม รื้อชักโครกในห้องน้ำจุดที่พบอวัยวะชิ้นเนื้อของผู้ตายซ้ำอีกครั้ง ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที

พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุลูกฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็นว่า นิติเวชยืนยันมีกระสุนปืน 1 นัดบริเวณศีรษะลูกชาย ตรวจสอบในบ้านพบหัวกระสุนที่ทะลุจากศีรษะไปตกอยู่ใต้บันไดเพียงนัดเดียวเช่นกัน สำหรับปืนของกลางเป็นของ น.ส.ยุรีย์ผู้ตาย มีใบ ป.4 ยืนยันการครอบครอง เนื่องจากงานที่ต้องพกเงินไปมาและเก็บที่บ้านด้วยจำนวนมาก กลัวอันตรายจนต้องหาปืนมาไว้ป้องกันตัว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 พ.ย. พบภาพนายศิระและ น.ส.ยุรีย์เข้ามาที่บ้าน จากนั้นไม่พบว่ามีใครเข้ามาในบ้านอีก กระทั่งวันจันทร์ที่ 25 พ.ย. ช่วงบ่าย มีดาบตำรวจ สน.ท่าข้าม ชื่อหน่อง และ น.ส.วรนุช วงษ์ชัย ผู้พบศพ เข้ามาที่บ้าน เพราะนายจ้างพยายามติดต่อ น.ส.ยุรีย์ แต่ติดต่อไม่ได้จนต้องตามมาหาตัวที่บ้าน

รอง ผบช.น.ดูแลฝ่ายสืบสวนกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ดาบหน่องมาด้วย เพราะรู้จักกับ น.ส.วรนุช และพักอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ตอน น.ส.วรนุชเข้าไปเจอลูกผู้ตายพูดไม่รู้เรื่อง และพยายามที่จะหนี เมื่อรู้สึกผิดสังเกต ได้โทร.ตามดาบหน่องให้เข้ามาช่วยดูเหตุการณ์ ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่าเห็นลูกชายใช้ปืนจ่อศีรษะบริเวณบันได และยิงตัวตายเอง ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ลูกชายเป็นคนฆ่าแม่ คาดว่ามีการทะเลาะกันก่อน เพราะผู้เสียชีวิตมีรอยแผลที่คิ้วด้านขวา แต่ยังไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะ

พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ พฐ. ได้ตรวจที่เกิดเหตุ ใช้น้ำยาหาคราบเลือดในห้องน้ำพบรอยเรืองแสงรอยเลือดจำนวนมาก คาดว่า เป็นจุดที่ใช้หั่นศพ แต่มีการล้างจนสะอาด พฐ.ได้เก็บมีด ค้อน ที่เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธในการชำแหละไปตรวจสอบ มีพยานหลักฐานค่อนข้างแน่ชัด ลูกชาย ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวก่อเหตุ พบรอยตอกบนพื้น คาดว่าใช้มีดวางบนร่างก่อนเอาค้อนตอกด้านบนให้ชิ้นส่วนขาดออกจากกัน จากนั้นล้างคราบเลือดในห้องน้ำแล้วเอาชิ้นส่วนใส่ในถุงก่อนแช่ช่องฟรีซ ที่สำคัญมีเวลาค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่เวลา 20.00 น.วันอาทิตย์ จนถึง 12.00 น.วันจันทร์ มันพอมีเวลา สำหรับเด็กที่อายุ 20 ปี สามารถทำได้ อยากตอบกระแสโซเชียลว่า การพิสูจน์หลักฐานต้องใช้เวลา ก่อนเกิดเหตุจนถึงหลังเกิดเหตุเป็นอย่างไร” พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าว

มีรายงานแนวทางการสืบสวนล่าสุดขณะพบพยานเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับผู้ตายและบุตรชาย ให้ข้อมูลว่า ในช่วงหัวค่ำวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปั๊มน้ำของบ้านที่เกิดเหตุดังตลอดเวลาคล้ายเปิดน้ำทิ้งไว้ จนกระทั่งเสียงปั๊มน้ำสงบลงในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 25 พ.ย. ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชื่อดาบหน่อง ตำรวจสายตรวจ สน.ท่าข้ามนั้น เป็นเพื่อนสนิทกับ น.ส.วรนุช เพื่อน น.ส.ยุรีย์ผู้ตาย ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือทางโทรศัพท์จาก น.ส.วรนุช ขณะไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ เพราะเชื่อว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับ น.ส.ยุรีย์ เจ้าของบ้าน ขณะนั้น นายศิระ ลูก น.ส.ยุรีย์ มีอาการคล้ายคนคลุ้มคลั่ง อ้างจะออกจากบ้านไปตามหาแม่ตลอดเวลา หลังรับแจ้ง ดาบหน่องขณะนั้นไม่ได้เข้าเวร ได้ประสานสายตรวจ สน.ท่าข้าม ที่เข้าเวรอยู่ 2 นาย และรุดไปตรวจสอบร่วมกัน ขณะที่มาถึง ยังไม่ทันเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน ปรากฏว่า นายศิระเดินกลับ เข้าไปและใช้ปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิต เป็นจังหวะเดียวกับที่ น.ส.วรนุช และนายบุญชัยเปิดตู้เย็นพบศพ น.ส.ยุรีย์ ผู้ตายพอดี เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ตำรวจทั้ง 3 นายได้รายงานข้อเท็จจริงให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว และอยู่ระหว่างรอพนักงานสอบสวนเรียกเข้าสอบปากคำประกอบสำนวนคดี

ส่วนศพของแม่ลูกที่ถูกนำเก็บไว้ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช แพทย์ระบุสาเหตุการตายของ น.ส.ยุรีย์ เนื่องจากมีบาดแผลถูกแทงเข้าช่องอกถูกปอด ทำให้เสียเลือดมาก ส่วนนายศิระ สาเหตุการตายคือกระสุนปืนทำลายสมอง

ต่อมาเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน นายลอน เถาวัลย์ อายุ 63 ปี อาของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ และนายวีระศักดิ์ เขียวมงคล อายุ 50 ปี ลูกพี่ลูกน้อง น.ส.ยุรีย์ เข้าติดต่อขอรับศพ น.ส.ยุรีย์ โดยจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ได้ชวน น.ส.ยุรีย์ มาทำงานเป็นเสมียนที่บริษัทที่ตนเป็นผู้จัดการอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ แต่มาเริ่มห่างกันตอนที่ น.ส.ยุรีย์มีครอบครัวและมีลูกชาย ไม่ค่อยได้คลุกคลีกับหลานชายมากนัก เพียงแต่ น.ส.ยุรีย์เคยบอกว่า ลูกป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามา 2 ปีแล้ว รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยเห็นอาการของหลานชาย เจอกันก็ปกติดี แต่คนใกล้ชิดน่าจะรู้ดี จำได้ว่าหลานชายถนัดมือขวา กินข้าว เขียนหนังสือมือขวา ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ทราบ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนศพนายศิระทราบว่าญาติทางฝ่ายพ่อจะมารับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดย่านดอนเมือง

จากนั้นไม่นานมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kritsana Panyapoon อ้างเป็นเพื่อนสนิทนายศิระ โพสต์ข้อความระบุว่า “กาย (นายศิระ) ใช้มือขวาได้ครับ เค้าเพิ่งหัดใช้มือขวาตอนเรียนปี 1” รวมถึงมีการนำภาพและคลิปวิดีโอที่นายศิระใช้มือขวาเขียนหนังสือ และทำกิจกรรมต่างๆมาโพสต์ลงไว้ด้วยเช่นกัน ทำให้สาวกโซเชียลแห่ไปคอมเมนต์ข้อความต่างๆกันเป็นจำนวนมาก

ต่อมาช่วงเที่ยง ญาติฝั่งพ่อของนายศิระ หรือ กาย สมเดช เข้ามาติดต่อขอรับศพ แต่เห็นผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่มารอทำข่าว ก่อนจะพูดสั้นๆขอร้องไม่ให้ใส่ชื่อและถ่ายภาพ แล้วรีบเดินหลบกลุ่มผู้สื่อข่าวไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ลูกฆ่าแม่ลูกฆ่าหั่นศพแม่ฆ่ายัดตู้เย็นหั่นศพฆ่าหั่นศพอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้