เหตุสลดกลางเมืองกรุง พื้นที่บางขุนเทียน เมื่อหญิงสาววัย 42 ปี ถูกฆ่าหั่นศพยัดใส่ตู้เย็น ส่วนลูกชาย วัย 20 นักศึกษาวิศวกรรมปี 2 มีอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ใช้อาวุธปืนลั่นไกที่ขมับขวาทะลุขมับซ้ายไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยชนวนมูลเหตุเรื่องราวที่เกิดขึ้น ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจหาพยานหลักฐานว่าใครกันแน่เป็นผู้ลงมือฆ่าผู้เป็นแม่ เนื่องจากผู้ตายทั้งคู่อาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง 2 คนเท่านั้น

แน่นอนได้เกิดคำถามและข้อสงสัยมากมายใน 2 ประเด็น 1. ตัวลูกชายป่วยโรคซึมเศร้า จะก่อเหตุทำร้าย ฆ่าคนอื่นได้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่จะมีข้อมูลแต่การฆ่าตัวตาย เมื่อมีอาการรุนแรง อีกทั้ง 2 แม่ลูกนี้รักกันมาก ไม่เคยพูดจาไม่ดีใส่กัน และ 2. ลูกชายถนัดมือซ้ายจากข้อมูลของเพื่อนๆ จึงเกิดข้อสงสัยสามารถใช้มือขวาที่ไม่ถนัดยิงตัวเองจนเสียชีวิตได้หรือ

"ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์" ตอบข้อสงสัยคนป่วยโรคซึมเศร้าจะทำร้ายคนอื่นได้หรือไม่ โดยนพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ชำนาญการและโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข อ้างอิงจากสถิติทั่วโลกพบว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่ พบว่ามีสถิติการทำร้ายตัวเองจนถึงขั้นฆ่าตัวตายมากกว่าคนปกติหลายเท่า แต่ไม่พบว่าอัตราการทำร้ายผู้อื่นจะมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้เมื่อมีความเศร้า หดหู่ จะไม่มีแรง ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร ดังนั้นมีโอกาสที่จะทำร้ายตนเองมากกว่า

"โรคซึมเศร้าในไทย มีคนเป็นมากถึงหลักล้านคน จนมีข่าวการฆ่าตัวตาย โรคนี้คนที่เป็นจะทุกข์ทรมานมากกับความเศร้าของตัวเอง จนไม่อยากทำอะไร หากรุนแรงมากถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ และไม่พบมีข้อมูลจะทำร้ายผู้อื่นมากกว่าคนปกติ กลับกันคนที่ปกติอาจจะทำร้ายคนอื่นได้มากกว่าอีก และการทำร้ายคนอื่นอาจจะมีสาเหตุอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องดูเป็นรายกรณีไป"

...

สำหรับโรคซึมเศร้านั้นเกิดจากพันธุกรรม คนที่เป็นมีการใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ แต่ส่วนสมองทำงานผิดปกติจึงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ด้านเศร้าได้ หากเห็นคนรอบข้างมีความเศร้ามากไม่มีความสุข เป็นสัญญาณเตือนทางอารมณ์ ควรเข้าไปรับฟังให้กำลังใจ อีกทั้งบางคนมีความเศร้าอาจไม่เป็นโรคซึมเศร้าก็ได้ เมื่อมีการระบายให้ใครรับฟังแล้วอาจดีขึ้น แต่หากบางคนไม่มีปัญหาแต่มีความรู้สึกเศร้าตลอด ควรไปพบแพทย์ ซึ่งโรคนี้รักษาให้หายได้ หากไม่ไปรักษาจะเกิดอาการรุนแรง ทำให้สมาธิลดลง จนถึงขั้นฆ่าตัวตายได้

นอกจากนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอกับบางคนที่บอกว่าตนเป็นโรคซึมเศร้าทั้งๆที่ยังไม่พบแพทย์ จึงไม่ควรวินิจฉัยด้วยตัวเอง เพราะอาจไม่ใช่ก็ได้ เนื่องจากโรคทางจิตเวชมีหลากหลายนอกเหนือจากโรคซึมเศร้า อาจเป็นโรคไบโพลาร์ หรือเกิดจากสารเสพติดทำให้สมองทำงานผิดปกติก็เป็นไปได้ พร้อมทิ้งท้ายว่าคนที่ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีอาการหดหู่ ไม่มีแรงทำอะไร บางคนน้ำหนักลด บางคนน้ำหนักขึ้นเอาแต่กินไม่อยากทำอะไร เพราะฉะนั้นโอกาสจะทำร้ายคนอื่น เพราะโรคนี้จึงเกิดขึ้นได้น้อย.