กีฬา
100 year

ประชุมสมาคมกฎหมายอาเซียน ครั้งที่ 41 ขจัดข้อขัดแย้ง-สร้างอำนาจต่อรอง

ไทยรัฐออนไลน์21 พ.ย. 2562 20:30 น.
SHARE

“ไสลเกษ” ประธานศาลฎีกา เป็นเจ้าภาพประชุมสมาคมกฎหมายอาเซียน ครั้งที่ 41 ผลักดันสร้างระบบกฎหมายเดียวกัน จัดตั้งสถาบันกฎหมายอาเซียน เป็นองค์กรระดับโลก

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา เมอร์ลินบีช จ.ภูเก็ต มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมาธิการถาวรของสมาคมกฎหมายอาเซียน ครั้งที่ 41 (41th ASEAN Law Association Governing Council Meeting) โดย คณะกรรมการแห่งชาติสมาคมกฎหมายอาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Law Association (ALA), Thailand) ซึ่งมีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติสมาคมกฎหมายอาเซียนประจำประเทศไทย มีนักฎหมายไทยและต่างประเทศร่วมสังเกตการณ์ อาทิ นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทรยงค์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ

นายไสลเกษ เผยภายหลังการประชุม ALA ในช่วงเช้า ว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมกฎหมายอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ ที่มีนายซุนดาเรส เมน่อน (Hon. CJ Sundaresh Menon) ประธานศาลฎีกาสิงคโปร์ ในฐานะประธานสมาคมกฎหมายอาเซียน วัตถุประสงค์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการบริหารจะนำแผนงานของสมาคมนักกฎหมายอาเซียนที่จะทำในอนาคต รวมถึงที่ทำมาแล้วในอดีตมาประเมินความสำเร็จว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ พร้อมรับข้อเสนอต่างๆ ของสมาคมกฎหมายอาเซียนแต่ละประเทศที่จะเสนอมา

"ประธานศาลฎีกาสิงคโปร์ได้สรุปว่า ALA จะยกระดับบทบาทของสมาคมกฎหมายอาเซียนให้ทำงานร่วมกับกลุ่มประชาคมอาเซียนอย่างใกล้ชิดทางด้านกฎหมาย เป็นที่ปรึกษาหรือที่รวมของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย และอำนวยความสะดวกในทางกฎหมายด้านต่างๆ ของประชาคมอาเซียนจะเดินไปข้างหน้า ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนได้รับรู้รับรองบทบาทของ ALA ดังจะเห็นได้ว่าวันนี้รองเลขาธิการอาเซียน เป็นเจ้าหน้าที่ประจำ มานำเสนองานและแสดงการรับรู้บทบาทของ ALA ชัดเจน รวมถึงการรับรู้ในเรื่องตราสารต่างๆ ซึ่งใช้ในเวลาติดต่อกันระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อพิพาทที่จะต้องอาศัยเอกสารทางราชการที่มีกระบวนการยุ่งยากในการได้เอกสารและเป็นที่ยอมรับ วัตถุประสงค์ คือเราต้องหาวิธีการที่จะมีการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ สามารถนำเอาไปใช้ระงับข้อพิพาท หรือดำเนินการทางบริหารได้ง่ายขึ้น เช่น กรณีพ่อแม่ต่างสัญชาติกัน บุตรอยู่ต่างประเทศ จะได้รับรองสิทธิ์ในการเป็นบุตรตามกฎหมายในประเทศ ก็จะต้องผ่านช่องทางนี้ คือการพัฒนาระบบการรับรองเอกสาร

อีกเรื่องคือ การสร้างความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายให้แก่อาเซียน เรามีเป้าหมายสำคัญที่หวังว่ากลุ่มประเทศอาเซียนจะยกระดับสร้างกฎหมายที่มีความสอดคล้องกัน ในขณะนี้ องค์การสหประชาชาติ และที่ประชุมนักกฎหมายระหว่างชาติ พยายามที่จะออกคำแนะนำว่าทำอย่างไรประเทศต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันได้ใช้กฎหมายในระบบเดียว หรือใกล้เคียงกันให้ได้มากที่สุด เพื่อให้โลกเชื่อมโยงกันได้ในการใช้ระบบกฎหมายเดียวกัน แต่จะเป็นไปได้แค่ไหนต้องใช้เวลา เนื่องจากคงมีขอบเขตว่า กฎหมายส่วนไหนที่สามารถเชื่อมโยงหรือทำให้เป็นระบบเดียวกันได้

นอกจากนี้ จะมีการตั้งสถาบันกฎหมายระหว่างอาเซียน (Asian Law Institute) ทำหน้าที่รวบรวมค้นคว้ากฎหมายในกลุ่มประเทศอาเซียน จัดตั้งในรูปแบบองค์กรถาวร มีการบริหารที่เป็นระบบ แสวงหางบประมาณเพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเข้าใจซึ่งกันและกันในระบบกฎหมาย"

ประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ระบบการทำงานของอาเซียนใช้ระบบมติเป็นเอกฉันท์ ทุกอย่างที่จะได้รับการผลักดันออกไปต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันทุกประเทศ ไม่สร้างความขัดแย้ง

นายไสลเกษ กล่าวด้วยว่า วันนี้ประธานศาลฎีกาสิงคโปร์กล่าวว่า อาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ปัจจุบันนี้มีศักยภาพ รายได้ ธุรกิจ มีรายได้เป็นอันดับ 5 ของโลก ฉะนั้นประชากรในแถบนี้ การดำเนินธุรกิจธุรกรรมมีมูลค่ามหาศาล จึงได้รับความสำคัญและการยอมรับจากประเทศอื่นและองค์กรระดับนานาชาติ จึงเชื่อว่า ALA จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นและสำคัญขึ้น ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ภารกิจของเราต้องร่วมกันและศึกษาให้ถ่องแท้ ถึงระบบกฎหมายอาเซียนว่าจะมีผลกับประเทศของเราอย่างไร จะผลักดันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเรา เราจะสามารถทำงานอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านของเราอย่างสันติ

ผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทของ ALA เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องการค้า เช่น กฎหมายบางฉบับทำในประเทศหนึ่งไม่ผิด อีกประเทศผิด เช่น คดีฟิลลิปมอร์ริส จะไปช่วยไกล่เกลี่ยได้หรือไม่ นายไสลเกษ กล่าวว่า ข้อเสนอที่ได้รับการพิจารณา ทำอย่างไรเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้วระงับข้อพิพาทด้วยการเจรจา หรืออนุญาโตตุลาการ แต่จะเน้นเรื่องการเจรจามากกว่า และสร้างทางเลือกนอกจากเอาเข้าสู่ระบบศาลยุติธรรมของแต่ละประเทศแล้ว ยังสร้างระบบการเจรจาไกล่เกลี่ยมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามเรื่องการค้าขายของกลุ่มประเทศอาเซียนกับกลุ่มอื่น ALA จะเข้าไปช่วยดูกฎหมายการค้าด้วยหรือไม่ นายไสลเกษ กล่าวว่า คิดว่ามีส่วนแน่นอน แต่ในเบื้องต้นเราเน้นในกลุ่มระหว่างอาเซียนก่อน ถ้ากลุ่มอาเซียนเรามีความเป็นเอกภาพ ตนเชื่อมั่นว่าทุกประเทศเข้าใจดีว่า อำนาจต่อรองของ 10 ประเทศอาเซียน ซึ่งมีลำดับเศรษฐกิจลำดับที่ 5 ของโลกจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่เราจะต้องมีการเจรจากับกลุ่มประเทศอื่นๆ ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมครั้งนี้ประเทศไทยสนับสนุนประเด็นใดสำคัญที่สุด นายไสลเกษ ตอบว่า เราฟังเขา ทุกประเด็นที่เสนอมาเน้นส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องงานวิชาการ ซึ่งจุดนี้ยังไม่เป็นข้อผูกพันผูกมัดอะไรกับประเทศเรา เรื่องการศึกษาวิชาการกฎหมายประเทศต่างๆ เราสมควรให้การสนับสนุน แต่ขณะเดียวกันถ้าเราต้องไปเซ็นสัญญาข้อผูกพันระหว่างประเทศ เราจะต้องคุยกันมากกว่านี้ จะต้องเป็นกระทรวงการต่างประเทศและส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายอาเซียนประชุมกฎหมายอาเซียนสมาคมกฎหมายอาเซียนประธานศาลฎีกาไสลเกษ วัฒนพันธุ์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้