ตำรวจทุ่งครุ รอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ ก่อนเรียกครูพละที่ตีก้นเด็ก ป.6 จนแตกลาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ด้านครูเผยทั้งน้ำตา ผิดพลาดเองที่ลงโทษเด็กแบบนั้น ส่วนแม่เด็กฟังชี้แจงพร้อมเจรจาไกล่เกลี่ย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 พ.ย. พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีสุพจน์ สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งครุ เผยถึงกรณีผู้ปกครองพาเด็กชายอายุ 12 ปี บุตรชาย นักเรียนชั้น ป.6/1 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านทุ่งครุ เข้าแจ้งความหลังถูกทำโทษด้วยการใช้ไม้พลองลูกเสือหวดก้นจนแตกลาย ว่า หลังรับแจ้งความตนได้ส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ รพ.บางปะกอก 3 ต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ออกมาก่อนจึงจะเรียกครูพละวัย 52 ปี คู่กรณีเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย
อย่างไรก็ตาม วันนี้ทราบว่าทางโรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองและเด็ก รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเรียกพยานเข้ามาสอบปากคำหรือไม่ และจะเรียกใครเข้ามาบ้าง อย่างไรก็ตามยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย ขณะที่ ผอ.โรงเรียนได้พาตัวครูพละคู่กรณีมาพบผู้ปกครองของเด็กๆ ที่อยู่ในวันที่เกิดเหตุเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้าพบปะพูดคุยกันที่โรงเรียน นานประมาณ 1 ชั่วโมง
จากนั้นครูพละคู่กรณี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เรื่องนี้ตนยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเองที่ลงโทษเด็ก แต่ตนไม่สามารถเล่าสิ่งใดให้ละเอียดไปได้มากกว่าข้อเท็จจริงคร่าวๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเด็กๆ ที่ถูกลงโทษก็เป็นลูกศิษย์ของตน ถ้าหากจะเล่าพฤติกรรมทั้งหมดของลูกศิษย์ตนผ่านสื่อมวลชนไป เกรงว่าจะไม่มีสถาบันใดรับลูกศิษย์ตนเข้าไปเรียนต่อ และอาจส่งผลต่ออนาคตของลูกศิษย์ตนได้
“ดังนั้นจึงอยากเล่ารายละเอียดที่เป็นจริงอย่างคร่าวๆ ว่า ก่อนหน้านี้มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งมาฟ้องตนว่า ถูก ด.ช.คนดังกล่าว และเพื่อนๆ ในกลุ่มรวม 8 คน กลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกาย เมื่อตนเรียก ด.ช.คนดังกล่าว และเพื่อนๆ มาสอบถามปรากฏเป็นความจริง จึงได้ลงโทษด้วยการตีและสั่งให้รีบขึ้นห้องเรียน แต่ปรากฏว่า ด.ช.คนดังกล่าวกลับเถลไถลไม่ยอมขึ้นห้องเรียน ตนจึงเรียกมาลงโทษอีก กระทั่งทราบในภายหลังว่าผู้ปกครองของ ด.ช.คนดังกล่าว พาลูกไปแจ้งความ โดยหลังจากนี้หากพนักงานสอบสวนเรียกเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ตนก็พร้อมยอมรับและต้องเดินทางไปตามที่พนักงานสอบสวนเรียก แต่ท้ายที่สุดจะไกล่เกลี่ยกันได้หรือดำเนินคดีอย่างไรก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม” ครูพละคู่กรณี กล่าว
...
ด้าน มารดาของเด็กชายวัย 12 ปี กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทราบพฤติกรรมของลูกตัวเองเลย เพราะครูไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบ ยอมรับว่าตกใจที่เห็นแผลลูกจึงรีบพาไปแจ้งความกับตำรวจ อย่างไรก็ตามเมื่อรับรู้พฤติกรรมลูกเป็นดังนี้ ก็ต้องบอกว่าเสียใจ และหลังจากนี้ยินดีไกล่เกลี่ยยอมความกับครูพละต่อหน้าพนักงานสอบสวน แต่ตนอยากบอกครูพละว่า หากเด็กมีปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีกไม่ว่าเด็กคนไหน อยากให้แจ้งผู้ปกครองเด็กคนนั้นๆ เสียก่อน และเรียกเข้าพบเพื่อพูดคุยกันก่อนจะดีกว่า ตนว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดี และเป็นแนวทางที่ถูกต้องมากกว่าการลงโทษด้วยการตีจนเด็กได้รับบาดเจ็บ เพราะที่ผ่านมาก็ทราบว่าปัจจุบันนี้มีคำสั่งให้เลิกใช้วิธีการลงโทษเด็กด้วยการตีมาสักระยะแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง