ยกไปทั้งตู้เซฟ โจรแสบบุกโจรกรรมร้านขาย-ส่งอาหารแห้ง ย่านบางใหญ่ นนทบุรี กวาดสร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง สูญ 5 แสนบาท แฉจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจาก สภ.บางใหญ่ เพียง 200 เมตร แถมเกิดเรื่องซ้ำซาก แต่คนร้ายยังลอยนวล

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pawita Wan โพสต์ข้อความระบุว่า ช่วยกันแชร์หน่อยค่ะ โจรขึ้นบ้านหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ วันพุธที่ 6 พ.ย. เวลา 15.28 น. ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังบ้านที่เกิดเหตุในท้องที่ความรับผิดชอบของ สภ.บางใหญ่ พบว่า เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา เลขที่ 83/71-72 หมู่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี อยู่ติดกับตลาดเช้าในบางใหญ่ซิตี้

น.ส.รชยา วรรณปะเถาาว์ อายุ 39 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ที่บ้านเปิดเป็นร้านขาย-ส่งอาหารแห้ง ชื่อบริษัท อำพรสุวรรณ จำกัด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 16.28 น. เวลาตามกล้องวงจรปิด ได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30-40 ปี ถอดกระเบื้องหลังคาชั้นดาดฟ้า งัดประตูชั้นดาดฟ้าลงมาห้องนอนพ่อกับแม่ที่ชั้น 2 เข้ามายกตู้เซฟขนาดกว้าง 16 นิ้ว ยาว 20 นิ้ว ที่วางอยู่ข้างเตียงแล้วยกกลับขึ้นไปบนดาดฟ้า และคนร้ายได้ลงมือใช้ชะแลงงัดฝาตู้เซฟจนพัง ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น พระเลี่ยมทองคำ 3 องค์ แหวนเพชร 2 วง ทองคำแท่ง และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 500,000 บาท

...

หลังเกิดเหตุคนร้ายได้ถอดชุดที่ใส่ก่อเหตุและทิ้งชะแลงที่งัดไว้ให้ดูต่างหน้า ซึ่งหลังจากผู้เป็นแม่เข้าแจ้งความกับทาง ร.ต.อ.ธนฤษณ์ ศาลางาม พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ เมื่อวานนี้ (14 พ.ย.) น.ส.ภาวิตา นริสศิริกุล อายุ 36 ปี น้องสาวได้นำภาพไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้ชาวโซเชียลและพลเมืองดีช่วยกันแจ้งเบาะแสคนร้ายอีกทาง

น.ส.รชยา วรรณปะเถาาว์ กล่าวอีกว่า หลังจากร้านปิด พ่อได้กลับขึ้นไปห้องนอนเพื่อพักผ่อน สังเกตเห็นตู้เซฟหายไปจึงได้เปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่าคนร้ายสวมเสื้อสีฟ้า เขียนข้อความว่า “ฟ้าไทย” สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ไม่สวมรองเท้า ใส่เสื้อยืดคลุมศีรษะ แต่งตัวเหมือนคนงานในตลาด ได้เข้ามาห้องนอนเวลา 15.28 น. แบกตู้เซฟขึ้นบ่ากลับขึ้นไปงัดด้านบนดาดฟ้า ซึ่งเวลาดังกล่าวคนทุกทำงานขายของอยู่หน้าร้านกันหมด และมีจอภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้าน แต่ไม่มีใครสังเกต ส่วนคนร้ายคาดว่าน่าจะเข้ามาจากตึกติดกันที่เป็นห้องเช่าคนงานในตลาด

ขณะที่ นายสุวรรณ พันธุ์โพธิ์ อายุ 69 ปี พ่อของ น.ส.รชยา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตึกแถวที่ปลูกติดกันก็ถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักษณะแบบนี้หลายครั้งแล้ว แต่ยังจับตัวไม่ได้ คนงานต่างด้าวที่ร้านพักอาศัยอยู่ห้องเช่าใกล้กัน เก็บเงินไว้เพื่อรอกลับบ้านช่วงปีใหม่ ก็ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยเงินไปจนหมด เห็นแล้วก็สงสาร

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นตำรวจได้เก็บลายนิ้วมือแฝงที่ตู้เซฟไปแล้ว พบว่าตึกที่เกิดเหตุอยู่ห่าง สภ.บางใหญ่ เพียง 200 เมตร.