หลานชายวัย 42 ปี เลือดขึ้นหน้าชักทูตสังหาร 9 มม.จ่อยิงลุงแท้ๆ ดับ หลังขี่ จยย.มาเคลียร์ปมเงิน 3 แสนที่เมียหยิบยืมไป ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลไกล่เกลี่ย เผยพฤติการณ์สุดอุกอาจ พี่สาวเข้ามาห้ามโดนยิงตายไปอีกคน ขณะที่หลานวัย 20 เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ รอดตายหวุดหวิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 12 ต.ค.62 ร.ต.อ.จริยวัฒน์ แทนแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันหลังวัดจันทร์ธาราม หมู่ที่ 4 ต.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.ท่าฉาง, พ.ต.ท.ประภาส ทองสมุทร รอง ผกก. กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี พิสูจน์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุหน้าบ้าน 465 หมู่ 4 ต.ท่าฉาง เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น บริเวณเพิงหน้าบ้านพบศพ นายอุทัย เพ็งบูลย์ อายุ 76 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ สภาพนุ่งเสื้อสีขาว กางเกงขายาว นอนหงายเสียชีวิต มีบาดแผลถูกยิงที่ซี่โครงขวา พบปลอกกระสุน 9 มม. จำนวน 5 ปลอก และหัวกระสุน จำนวน 1 หัว เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสทราบชื่อ น.ส.เกศรา เพ็งบูลย์ อายุ 51 ปี บุตรสาว อยู่บ้านหลังเดียวกัน พลเมืองดีเร่งนำส่งโรงพยาบาลท่าฉาง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายนิรุตติ์ เพ็งบูลย์ อายุ 42 ปี เป็นหลานชายของ นายอุทัย ผู้เสียชีวิต ได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟีโน่ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพันธรัก เพ็งบูลย์ อายุ 20 ปี หลานชายอีกคนของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ขณะเกิดเหตุ นายอุทัย และ น.ส.เกศรา ได้นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ก่อนที่ นายนิรุตติ์ เพ็งบูลย์ จะขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหา และมีการพูดคุยกันประมาณ 5 นาที และเกิดการโต้เถียงขึ้น ก่อนที่นายนิรุตติ์จะชักปืนขนาด 9 มม.ยิงใส่นายอุทัยจนล้มฟุบลงกับพื้น และ น.ส.เกศรา ซึ่งนั่งอยู่ใกล้กันวิ่งเข้ามาสวมกอดพร้อมห้ามไม่ให้ยิง กลับถูกนายนิรุตติ์ใช้ปืนยิงใส่เช่นเดียวกัน

...

“ขณะนั้นตนเองเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ เดินมายังหน้าบ้าน นายนิรุตติ์ เห็นเข้าจึงเดินเข้ามาพร้อมยกปากกระบอกปืนมายังตนเอง ด้วยความกลัวตนจึงได้คว้าประตูปิดแล้วหลบหนีออกทางหลังบ้าน ก่อนที่นายนิรุตติ์จะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป”

ด้านนายสมบัติ สมเพชร อายุ 53 ปี ลูกเขยและพี่เขยผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ ตนเองไม่ได้อยู่ในบ้าน ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเนื่องจากภรรยาคนร้ายได้ทำการยืมเงินตนเองจำนวน 3 แสนบาท และมีการดำเนินคดี โดยศาลนัดไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันนอกจากการไกล่เกลี่ย และตนเองไม่ได้พักที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่จะเข้ามาในช่วงค่ำของทุกวัน ซึ่งวันนี้ได้เข้ามาเร็วกว่าปกติและออกไปธุระข้างนอก ก่อนทราบว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น คาดว่าคนร้ายอาจจะเข้ามา และมีการพูดคุยจนเกิดการโต้เถียงและลงมือก่อเหตุจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.ท่าฉาง เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทำให้ทราบตัวคนร้ายรายนี้ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ออกติดตามที่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงที่คาดว่าจะหลบซ่อนตัว แต่ยังไม่พบ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอนุมัติหมายจับศาลจังหวัดไชยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.