ข่าว
100 year

กระดูกร้องขอยุติธรรม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2562 05:02 น.
SHARE

“กระดูกร้องได้” กลายเป็นจริง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงว่า ทีมสืบสวนสอบสวนดีเอสไอ ตรวจสอบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์มีรอยไหม้สีน้ำตาลและรอยแตกร้าวที่ใต้สะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน และนำกระดูกมาตรวจสอบสารพันธุกรรม ตรงกับแม่ของนายพอละจี “บิลลี่” รักจงเจริญ ผู้นำกะเหรี่ยงที่หายไปกว่า 5 ปี

“บิลลี่” เป็นผู้นำชาวกะเหรี่ยง ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน เป็นผู้ประสานสภาทนายความ เพื่อฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ หลังจากที่บ้านเรือนของชาวบ้านถูกเผา บิลลี่หายตัวไปตั้งแต่ต้นปี 2557 เจ้าหน้าที่อุทยานฯยอมรับว่าเคยจับกุมบิลลี่ไปในข้อหาบุกรุกป่าและเก็บน้ำผึ้ง แล้วปล่อยตัวกลับบ้าน แต่บิลลี่หายไปไร้ร่องรอย

การหายตัวไปของนายบิลลี่ กลายเป็นข่าวครึกโครม โด่งดังทั้งภายในและต่างประเทศ ญาติๆของบิลลี่ได้พยายามร้องเรียนหน่วยงานต่างๆเพื่อขอความเป็นธรรม ในที่สุดดีเอสไอได้รับไว้เป็นคดีพิเศษ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา และนำมาสู่การตรวจสอบพบหลักฐานสำคัญ เชื่อว่าบิลลี่ถูกฆ่านำไปเผายัดถังน้ำมัน และนำไปทิ้งในเขื่อน

ต้องถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของดีเอสไอ กรมสอบสวนคดีพิเศษที่จัดตั้งขึ้นมา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าซ้ำซ้อนกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่รัฐมนตรียุติธรรมในขณะนั้นชี้แจงว่า วัตถุประสงค์สำคัญ ต้องการให้ดีเอสไอมีวัฒนธรรมและการปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างจากตำรวจ ดีเอสไอจะต้องมีจิตสำนึกในหลักสิทธิมนุษยชน

ประเทศไทยใต้การปกครองของ คสช.ในกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ถูกนานาประเทศประชาธิปไตยกล่าวหาว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวหาซ้อมทรมานและบังคับให้บุคคลหายสาบสูญ ในอดีตเคยมีกรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร ผู้ต่อสู้เพื่อชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย โดยฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ

กรณีทนายสมชายยังไร้ร่องรอย แต่กรณีของบิลลี่ กระดูกของเขาร้องขอความยุติธรรม กำลังจะสัมฤทธิผล ดีเอสไอเห็นว่า พฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายเข้าข่ายลักษณะเป็นฆาตกรรมโดยทรมาน และการบังคับให้บุคคลสูญหาย เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง หลังจากนี้จะเร่งรัดสอบสวน และดำเนินคดีผู้กระทำความผิดโดยเร็ว

กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ใช่องค์กรอิสระ แต่เป็นหน่วยงานภายใต้รัฐบาลที่พยายามทำหน้าที่โดยอิสระ สมกับที่เป็นกระบวนการยุติธรรม หวังว่ารัฐจะไม่มีการเมืองเข้าแทรกแซงดีเอสไอให้สูญเสียความเป็นอิสระ และบิลลี่จะต้องไม่ตายฟรี จากการดำเนินคดีอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมาของดีเอสไอ เพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมของประเทศ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิลลี่พอละจี รักจงเจริญกะเหรี่ยงแก่งกระจานดีเอสไอหายตัวบทบรรณาธิการข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้