ข่าว
100 year

ผบช.ภ.9 นั่งไม่ติด! สั่งล่าโจรปล้นทองนาทวี ล่าสุดรวม 85 ล้าน

ไทยรัฐออนไลน์25 ส.ค. 2562 11:35 น.
SHARE

ผบช.ภ.9 ลงติดตามคดีคนร้ายจี้รถพร้อมนำอาวุธครบมือบุกปล้นร้านทอง "ห้างทองสุธาดา" กลางตลาดนาทวี เผยคนร้ายขโมยทองคำหนักถึง 2,400 บาท มูลค่ากว่า 85 ล้านบาท ลั่นขอเวลา 2 วันคดีจะชัดเจน ขณะที่ขนส่งปัตตานี พนักงานรถตู้ผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย้ำต้องระวังในการรับจ้างเหมารถเพิ่มขึ้น...

จากกรณีคนร้ายพร้อมอาวุธบุกปล้นร้านทอง "ห้างทองสุธาดา" กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา โดยคนร้ายได้ปล้นทองรูปพรรณจนเกลี้ยงร้าน มูลค่าหลายสิบล้านบาท เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ส.ค. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้เรียกประชุมตำรวจทั้งฝ่ายสอบสวนและฝ่ายสืบสวนเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีและการหาเบาะแสของคนร้าย ซึ่งคดีนี้ได้มีการประสานการทำงานกันทั้งตำรวจใน จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คนร้ายจี้รถตู้มาก่อเหตุ

ส่วนการตรวจสอบทองคำภายในร้านรวมทั้งเครื่องเพชร และทองคำแท่งที่คนร้ายขโมยมีมูลค่าถึง 85,710,000 บาท โดยเป็นทองรูปพรรณน้ำหนักถึง 2400 บาท แยกเป็นทองที่วางขายหน้าร้านหนัก 2,300 บาท มูลค่า 62 ล้านบาท ทองที่ลูกค้านำมาจำนำ 1,000 บาทมูลค่า 23 ล้าน แหวนเพชรสร้อยคอเพชร มูลค่า 500,000 บาท และทองคำแท่ง 5 แท่ง 101,000 บาท ส่วนรถตู้คันที่คนร้ายขับมาก่อเหตุนั้นได้ถูกส่งไปตรวจสอบที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จ.ยะลา

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี เพื่อสอบถามถึงความรู้สึกกับพนักงานขับรถตู้ที่คิวรถกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับบรรยากาศภายในขนส่งฯ ในวันนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดสุดท้าย ทำให้มีประชาชนเดินทางกลับเพื่อไปทำงานในวันพรุ่งนี้ ในขณะที่พนักงานภายในคิวรถตู้ทุกคิวต่างนั่งคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยังร่วมหามาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

โดย นายสุรินทร์ สาและ อายุ 54 ปี พนักงานขับรถตู้สายปัตตานี-สงขลา กล่าวว่า รู้สึกหวาดผวาและกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แต่ระวังตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากเราอยู่ที่แจ้งแต่ผู้กระทำอยู่ที่มืด โดยเฉพาะการรับจ้างเหมารถต้องเลือกเฉพาะคนที่เรารู้จัก และที่น่าเชื่อถือได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้อีก

ด้าน นายวีรเดช ขันตยาภิรัก ผู้จัดการ หจก.ปัตตานีเดินรถ เปิดเผยว่า การป้องกันในกรณีอย่างนี้ คือคนเช่าเหมารถในเส้นทางมันไม่ได้ผิด หากเช่าเหมานอกเส้นทางต้องขออนุญาตทางผู้ประกอบการก่อน มีหนังสือไปยังนายทะเบียน เพื่ออนุญาตในกรณีรถวิ่งนอกเส้นทาง แต่กรณีนี้เป็นการเช่าเหมาในเส้นทางที่เขาอ้างไว้ มันเลยเป็นเรื่องปกติ ซึ่งในเส้นทางปกติของสาย 491 คือปัตตานี-หาดใหญ่ และในกรณีนี้เป็นการติดต่อกันเองระหว่างผู้จ้างเหมากับพนักงานขับรถโดยไม่ผ่านผู้ประกอบการ ในการตรวจสอบและวิธีแก้ไขทางผู้ประกอบการได้ เรียกพนักงานขับรถและย้ำไว้เสมอ ในการเช่าเหมารถ ว่าพยายามให้ขอหลักฐาน ให้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนเป็นหลัก และย้ำมาตลอด ในกรณีนี้เป็นการเช่าเหมารถในเส้นทาง เลยไม่ได้ตรวจสอบในเรื่องการขอหลักฐานของผู้จ้างเหมา เพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาเช่าเหมารถไปหาดใหญ่ตามที่เป็นข่าว แต่ถ้ากรณีทั่วไปที่มีการเช่ารถจะต้องผ่านผู้ประกอบการทุกครั้ง ผมมาทำงานมา 30 กว่าปียังไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน หลังจากที่เกิดเหตุแล้วต้องมีมาตรการเพิ่มมากขึ้น ต้องเรียกรถร่วมเข้ามาพูดคุย ในปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

จากนั้นที่ สภ.นาทวี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พร้อมดวยพล.ต.ต.โชติ ชัยชมภู รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ตปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.ต.อ.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล รอง ผบก.บก.สส.จชต. พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนแสน ผกก.สภ.นาทวี เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 เปิดเผยหลังการประชุมว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทั้งในจ.สงขลาและจ.ปัตตานี ได้ดูพื้นที่เกิดเหตุและลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายให้น้ำหนักเชื่อมโยงว่าเกี่ยวกับคดีความมั่นคงถึง 80 เปอร์เซ็น ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ถึงจะฟันธงและสรุปได้

พล.ต.ท.รณณศิลป์ กล่าวว่า เหตุผลที่ให้น้ำหนักเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพราะดูจากพฤติกรรมในการก่อเหตุของคนร้าย เมื่อมองย้อนหลังกลับไป เหมือนกับคดีปล้นเต็นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ในอ.นาทวี เมื่อวันที่16 สิงหาคม 2560 คือ มีการปล้นรถมาก่อน แล้วนำมาใช้ก่อเหตุ โดยคนร้ายที่ลงมือปล้นร้านทองจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานมีอย่างน้อย17-20 คน และมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำเป็นอย่างดี ทั้งคนที่ทำหน้าที่ปล้นรถ ส่วนหนึ่งก็คุมคนขับรถเอาไว้ กลุ่มหนึ่งก็เอารถมาส่งให้กับทีมปล้นร้านทอง โดยในส่วนของทีมปล้นน่าจะมี 12 คน บางคนแต่งกายเป็นผู้หญิงแฟงตัวเป็นลูกค้ามาเคาะประตูร้านทองเพื่อให้เปิดประตูเพราะต้องเปิดสวิทจากด้านในและดันประตูเอาไว้ จากนั้นคนร้ายที่ถืออาวุธปืนสงครามก็บุกเข้าไปในร้าน

ผบช.ภาค 9 กล่าวว่า คนร้ายไม่ได้แต่งกายด้วยชุดทหาร อาจจะมีบางคนที่สวมเสื้อลายพรางและนุ่งกางเกงยีนส์ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกับที่ไปก่อเหตุสร้างความไม่สงบ คดีนี้ขอเวลา 2 วันก็น่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับตัวคนร้าย เพราะต้องรอผลการตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนพยาน เนื่องจุดเกิดเหตุมีหลายจุดทั้งจุดที่ปล้นรถที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จุดที่คนร้ายนัดรวมตัวรับคนขึ้นรถมาปล้น ซึ่งต้องตรวจทุกจุดอย่างละเอียดโดยเฉพาะรถตู้คันที่ใช้ก่อเหตุซึ่งได้ส่งไปตรวจเก็บลายนิ้วแฝงและร่องรอยของคนร้ายที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 เส้นทางในการก่อเหตุของคนร้ายพบว่าขับรถมาจากตามเส้นทางแยกดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังก่อเหตุเสร็จก็หนีนำรถไปทิ้งไว้ในพื้นที่สวนยางหมู่4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี พร้อมทองที่ขโมยไป โดยพบว่าในคดีนี้นอกจากรถตู้ที่ปล้นมาแล้ว ยังมีรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้จำนวน 3 คัน เป็นรถรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1 กค 1828 ปัตตานี ซึ่งถูกขโมยมาเช่นกันนำมาจอดทิ้งไว้บริเวณเดียวกับที่ทิ้งรถตู้ ซึ่งอาจจะขับมารับคนร้ายแต่รถเกิดเสียจึงทิ้งเอาไว้ ส่วนอีก2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน 1 กค 1827 ปัตตานี และรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ขทอ 640 ปัตตานี ที่คนร้ายจี้เอาไปจากใต้ถุนบ้านเลขที่ 13/1 หมู่11 ต.นาทวี อ.นาทวี ซึ่งยังไม่พบรถทั้งสองคันแต่ได้แจ้งเตือนให้เป็นรถอันตรายแล้ว 

พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรายละเอียดอื่นของคดีทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าอาจจะมีคนในร่วมด้วยหรือไม่หรืออดีตลูกจ้าง เพราะคนร้ายรู้ทุกอย่างภายในร้านเป็นอย่างดีและลงมืออย่างง่ายดาย ในเรื่องนี้ก็ต้องสอบสวนเช่นกันโดยเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัยมาสอบสวนทุกคน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปล้นทองปล้นร้านทองร้านทองสุธาราจี้รถตู้สงขลาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้