เฒ่าพิการที่ตากเลื่อนวีลแชร์ ลากลูกซองยาวตั้งป้อมบรรจงยิง 3 นัด ใส่เพื่อนบ้านหนุ่มวัย 44 ตายคาที่ ปิดบัญชีแค้นที่สั่งสมในอกมานาน ด้าน ตร.วังเจ้า ยังไม่เชื่อคำให้การ เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2562 ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ เขียวจันทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.วังเจ้า อ.วังเจ้า จ.ตาก รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.5 บ้านเด่นคา ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และรุดที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนารักษ์ ปารมีสา รอง ผบก.ภ.จว.ตาก พ.ต.อ.การุณ วงศ์จันทรมณี ผกก.สภ.วังเจ้า พร้อมด้วย ชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตาก และ หน่วยกู้ภัยวัฒนะวังเจ้า กู้ชีพศูนย์ อบต.เชียงทอง ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพ นายสมคิด ตั้งปัญญา อายุ 44 ปี เสียชีวิตอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน ตามร่างกายมีรอยบาดแผลจากกระสุนปืนเข้าที่ใบหน้าและช่วงอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานและแพทย์เวรจากโรงพยาบาลวังเจ้า เข้าชันสูตรพลิกศพ ณ จุดเกิดเหตุ โดยเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 ยิงเข้าที่ใบหน้าและลำตัวรวม 15 จุด ห่างไปประมาณ 13 เมตร พบปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 3 ปลอก โดยมี พ.ต.อ.ธนารักษ์ ปารมีสา รอง ผบ.ภ.จว.ตาก และ พ.ต.อ.การุณ วงศ์จันทรมณี ผกก. สภ.วังเจ้า ร่วมอำนวยการที่เกิดเหตุ 

...

ส่วนผู้ก่อเหตุลุงผู้พิการนั่งวีลแชร์ คือ นายตังกรวย วะราโภค อายุ 67 ปี เป็นเพื่อนบ้านอยู่บ้านติดกัน นั่งอยู่บนวีลแชร์ที่หน้าบ้าน รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว ของกลาง พร้อมกระสุนคารังเพลิงอีก 1 นัด 

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ตนกับเพื่อนบ้านมีปากเสียงกันมาหลายปี ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อของคนตายจนถึงรุ่นลูก ที่ผ่านมามีการพูดจากระแนะ กระแหนตนเองตลอด เวลาปลูกพืชผักข้างบ้าน ก็ถูกคนตายแอบเอายาฆ่าหญ้ามาพ่นตอนกลางคืน ทำให้ตนเกิดความแค้นและอัดอั้นในใจมาโดยตลอด จึงตัดสินใจแก้ไขปัญหาโดยการยิงให้ตายไปเลยดีกว่า

นายตังกรวย กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ เห็นผู้ตายทานข้าวเสร็จ เดินออกมานั่งเอกเขนกที่ระเบียงหน้าบ้าน จึงได้เลื่อนวีลแชร์ แบกปืนลูกซองยาวมาตั้งป้อมยิง เห็นได้จังหวะเหมาะ จึงประทับปืนบรรจงยิงผู้ตายทีละนัด รวม 3 นัด แต่ขณะจะยิงซ้ำนัดที่ 4 แม่คนตายได้ยินเสียงปืน วิ่งออกมาจากตัวบ้าน พบว่าลูกชายกลายเป็นศพไปแล้ว หลังจากได้ปลิดชีวิตคู่อริระบายความแค้นที่ฝังอยู่ในใจนานหลายปีได้สำเร็จ ก็หมุนวีลแชร์กลับบ้านไปรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวดังกล่าว 

รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่า นายตังกรวย ผู้ต้องหาจะให้การอันเป็นประโยชน์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อหาข้อเท็จจริง ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และยิงปืนในเมือง หมู่บ้านโดยไม่ใช่เหตุอันควร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.