ข่าว
100 year

กองปราบปรามเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม 2 มือบึมป่วนกรุง คุมตัวแยกขัง

ไทยรัฐออนไลน์13 ส.ค. 2562 21:37 น.
SHARE

คณะพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทำงานคดีระเบิดป่วนกรุง เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม “ก่อการร้าย” กับ 2 ผู้ต้องหาลอบวางบึมป้าย สตช. ขณะที่ชุดอรินทราช คุมตัวแยกขัง 2 สน. “บางรัก-ปทุมวัน”

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิด 18 จุดใน กทม. และ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กองปราบปราม กำลังรอคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งโอนสำนวนให้กองปราบปรามรับโอนคดีดังกล่าวมาดำเนินการสอบสวนเอง เพื่อให้คดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสำนวนเดียวกัน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะพนักงานสอบสวนของกองปราบปราม ประกอบด้วย พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป.หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน บก.ป., พ.ต.ท.สัณเพ็ชร หนูทอง รองผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เป็นผู้ช่วย และพนักงานสอบสวนจาก กก.1 บก.ป. เจ้าของพื้นที่ 5 นาย และพนักงานสอบสวนจาก กก.2-6 กองกำกับการละ 2 นาย มาร่วมคณะสอบสวน เข้าร่วมประชุมเพื่อวางกรอบแนวทางการสอบสวน ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานต่างๆ ทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลใหม่ ให้คดีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

ทั้งนี้มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวน มีมติจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ นายลูไอ แซแง และ นายวิลดัน มาหะ 2 ผู้ต้องหา ลอบวางระเบิดที่ป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในข้อหา “ก่อการร้าย” หนึ่งข้อหา โดยจะมี พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พง์เภตตา รอง ผบช.น. มาเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษข้อกล่าวหาดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพิ่มอีกหนึ่งคดี เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีการทำกันเป็นขบวนการ โดยผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังได้เรียกประชุมลับเพื่อวางแผน มีคนร้ายชุดจู่โจมระดับทีมวางแผน และทีมวางระเบิดบางคน เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีขึ้นในเขตแดนของประเทศมาเลเซีย ใกล้กับเขตชายแดนไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่กลุ่มคนร้ายระดับปฏิบัติการจะใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย และลอบเดินทางขึ้นมาที่กรุงเทพฯ ก่อเหตุระเบิดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองปราบฯ อยู่ระหว่างรอคำสั่งจาก ผบ.ตร.เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้มีการโอนสำนวนคดี

ทั้งนี้ในส่วนของกองปราบปราม ได้มีการเตรียมกำลังตำรวจคุ้มกันผู้ต้องหา รวมทั้งสถานที่คุมขังไว้ให้พร้อมเสมอ หากมีการนำตัวผู้ต้องหามาควบคุมที่กองปราบฯ นอกจากนี้ยังให้ประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อให้มาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 ที่ระบุว่าถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทยให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายให้พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบสอบสวนแทนก็ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ต่อมาเวลา 19.35 น. ที่ สน.ปทุมวัน ตำรวจชุดอรินทราช ควบคุมตัว นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี 1 ในผู้ต้องหาคดีระเบิด ออกจาก สน.ปทุมวัน เพื่อนำตัวไปฝากขังแยกที่ สน.บางรัก ส่วน นายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี ควบคุมตัวเข้าห้องขัง สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา 19.50 น. โดยตำรวจจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ผู้ต้องหาใส่นอนและเสื่อไว้สำหรับให้ผู้ต้องหาประกอบพิธีละหมาดตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นการขังเดี่ยว ไม่มีผู้ต้องหารายอื่น มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบความเรียบรอบบริเวณพื้นที่โดยรอบ.

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจควบคุมตัวสองผู้ต้องหามาตรวจร่างกายโดยแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ว่า ทั้งคู่มีสุขภาพเป็นอย่างไร พร้อมลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ที่ สน.ปทุมวัน โดยต่อจากนี้คณะทำงานจะตรวจสอบเอกสารทางคดีทั้งหมด ก่อนเตรียมดำเนินการฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้ ตามกรอบเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องหาที่กำหนดไว้ 48 ชั่วโมง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองปราบปรามบึมป่วนกรุงระเบิดป่วนกรุงแจ้งข้อหาเพิ่มก่อการร้ายข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้