ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ จ่อออกหมายจับคนร้ายใช้ปืนจี้ร้านเซเว่นฯ สาขาเพชรเกษม 46 ยิงหนุ่มพนักงานได้รับบาดเจ็บ หลังพบหลักฐานจากภาพวงจรปิดระบุรูปพรรณสัณฐาน และคำให้การของประจักษ์พยาน
เมื่อวันที่ 9 ส.ค.62 พ.ต.อ.ประภาวิน ฉายโฉมเลิศ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยความคืบหน้ากรณี 2 คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ภายในร้าน 7-11 เลขที่ 0105 สาขาเพชรเกษม 46 อยู่ระหว่างปากซอยเพชรเกษม 46 และเพชรเกษม 48 ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ก่อนยิงพนักงานของร้านได้รับบาดเจ็บเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ว่า วันนี้จะมีการเตรียมออกหมายจับคนร้ายตามภาพกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงพนักงานร้าน ขณะชิงทรัพย์ไว้ได้
“ส่วนผู้ก่อเหตุจะมีมากกว่า 1 คนหรือไม่ ขอดูในรายละเอียดและพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ส่วนการที่คนร้ายมีพฤติกรรมอุกอาจใช้อาวุธปืนยิงพนักงาน ยังไม่ทราบแน่ชัด ว่าเป็นมืออาชีพหรือเจตนาหรือไม่ เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี”
ด้าน พ.ต.ท.ประพนธ์ กิมประพันธ์ สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของประจักษ์พยานและหลักฐานอื่นๆ ไปขออำนาจศาลจังหวัดธนบุรีเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับคนร้าย โดยจากการสอบปากคำ 1 ในพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนร้าย ที่ใช้เวลาก่อเหตุอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนจะไปสอบปากคำ นายสุรเดช จิตนา อายุ 25 ปี พนักงาน ที่ถูกยิงบาดเจ็บและอยู่ในอาการปลอดภัย เพื่อขอสอบปากคำถึงรายละเอียดต่อไป ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานจากภาพวงจรปิดระบุรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายและได้รายงานความคืบหน้าให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบทั้งหมดแล้ว
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยก่อนเกิดเหตุมีพนักงานผู้หญิงในร้าน 2 คน ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์จากนั้นมีคนร้ายชายสวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ หน้าอกเสื้อสกรีนตัวอักษร CC ใส่กางเกงยีนส์ขายาว สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำเดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อมาทางพนักงานหญิงทั้ง 2 ราย ตะโกนว่า "รีบส่งเงินมาจะนับ 1-5 ถ้าไม่ส่งมากูจะยิง” พนักงานหญิงจึงหยิบมัดเงินบรรจุหลอดพลาสติกให้ไป 4 มัด มัดละ 1,000 บาท รวมทั้งสิ้น 4,000 บาท ระหว่างนั้น นายสุรเดช ผู้บาดเจ็บที่กำลังจะเลิกงาน เดินออกมาจากด้านหลังร้านพอดี เห็นจังหวะคนร้ายลดปืนลงก็พุ่งเข้าแย่งปืน จึงเกิดการชุลมุนขึ้น
ขณะที่แย่งปืนกันนั้นปืนเกิดลั่นใส่ นายสุรเดช 2 นัด จนล้มลง ส่วนคนร้ายก็วิ่งออกไปจากร้าน แล้วยังหันปากกระบอกยิงปืนเข้ามาในร้านอีก 2 นัด หัวกระสุนตกอยู่ที่เคาน์เตอร์ 1 นัด และชั้นวางสินค้าอีก 1 นัด ก่อนจะกระโดดซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อรุ่นและทะเบียน ที่มีคนร้ายเป็นชายอีก 1 คน ติดเครื่องจอดคร่อมรออยู่ริมถนน ก่อนพากันเร่งเครื่องหลบหนี มุ่งหน้าไปทางถนนเพชรเกษมขาเข้าอย่างรวดเร็ว.