ข่าว
100 year

โฆษก ตร.เผย อ.โหน่ง อาจหลอกลูกทัวร์กว่า 300 ราย รวมเสียหายเกิน 70 ล้าน

ไทยรัฐออนไลน์6 ส.ค. 2562 17:07 น.
SHARE

รอง ผอ.ศปอส.ตร. เผยคดี อ.โหน่งหลอกขายทัวร์ไปนอก น่าจะมีผู้เสียหายเกิน 300 ราย มูลค่าความเสียหายเกิน 70 ล้านบาท โดย จนท.กำลังเร่งสอบสวนหาตัวเบื้องหลัง เพื่อติดตามทรัพย์คืนให้ผู้เสียหายต่อไป


กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ทท. นำกำลังจับกุม นายภัทริคณ์ เรตะกุล อายุ 40 ปี หรืออาจารย์โหน่ง เจ้าของบริษัท อีแอลซี กรุ๊ป (จำกัด) ตามหมายจับศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จับกุมได้ที่คอนโดศุภลัย ซิตี้ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. นำตัวส่ง พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก ดำเนินคดี หลังจากมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความที่ สน.หัวหมาก เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยผู้ต้องหาเป็นเจ้าของบริษัทออกแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศ มีคนหลงเชื่อซื้อเป็นจำนวนมาก ราคามีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท แต่เมื่อถึงใกล้วันเดินทาง ไม่มีการออกทริปตามโปรแกรม ผู้ต้องหาขอเลื่อนการเดินทางไปเรื่อยๆ ผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืน มีผู้เสียหายทยอยเข้าเดินทางแจ้งความหลายท้องที่ คาดว่ามีผู้เสียหาย 5,000 คน ความเสียหายหลายล้านบาท จากการสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีเจตนาการฉ้อโกง แต่เพราะการบริหารงานผิดพลาดทำให้ไม่มีเงินจ่าย เบื้องต้น พ.ต.ท.นพพร แจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นนั้นอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา หากพบความผิดเพิ่มเติม รวมทั้งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการกระทำผิด

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ส.ค.2562 ที่ สน.หัวหมาก พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. (ชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ) พร้อมด้วย น.ส.วันทนา แจ้งประจักษ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก และ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.คธม.บช.ทท. (กองกำกับการควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์) แถลงผลการจับกุม นายภัทริคณ์ เรตะกุล หรือ อาจารย์โหน่ง ผู้ต้องหาที่หลอกขายทัวร์เดินทางไปต่างประเทศ พร้อมของกลางเอกสารเดินทางของลูกค้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยจับกุมได้ที่คอนโดศุภลัย ซิตี้ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า จากการสืบสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการโฆษณาขายโปรแกรมทัวร์นำนักท่องเที่ยวไทยไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศผ่านทางเฟซบุ๊ก ในลักษณะขายโปรแกรมล่วงหน้า 1-2 ปี ในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติมาก (แต่มีการเก็บเงินเต็มจำนวนก่อน) เป็นการเปิดขายรายการนำเที่ยวลักษะทัวร์กลุ่มปิด มีการชักชวนให้ผู้ที่สนใจสมัครสมาชิก ซึ่งจะได้รับสิทธิ์การท่องเที่ยวต่างประเทศในราคาถูก หากสมาชิกที่เคยไปท่องเที่ยวกับบริษัทแล้วสามารถแนะนำหรือชักชวนบุคคลอื่นเพื่อมาท่องเที่ยวกับบริษัทฯได้

บริษัทดังกล่าวได้นำเสนอรูปแบบการนำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวในราคาถูก แต่ได้รับการบริการเช่นเดียวกับการซื้อรายการนำเที่ยวในราคาปกติ ทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวกับบริษัทอีแอลซีทัวร์เกิดความประทับใจเมื่อกลับจากการท่องเที่ยวแล้วก็จะมีการจองรายการนำเที่ยวในเส้นทางอื่นๆ เพิ่มจำนวนหลายรายการ และยังได้ชักชวนกลุ่มญาติหรือกลุ่มเพื่อนสนิทเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ ให้มาซื้อรายการนำเที่ยวกับบริษัทอีแอลซีทัวร์ เกิดการขยายฐานลูกค้าบริษัทต่อๆ ไปเป็นวงกว้าง ในลักษณะเป็นการบอกปากต่อปาก แต่ต่อมาเมื่อครบกำหนดเวลาที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังรายการต่อๆ ไป ที่ได้มีการซื้อไว้ บริษัทอีแอลซีทัวร์กลับแจ้งยกเลิกการเดินทางโดยให้เลื่อนรายการออกไปเรื่อยๆ

เมื่อผู้เสียหายขอเงินคืนกลับได้รับการบ่ายเบี่ยง โดยพฤติกรรมแบบนี้เกิดซ้ำกับผู้เสียหายจำนวนมาก จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับนายภัทริคณ์ หรือ อาจารย์โหน่ง แล้วมากกว่า 280 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 70 ล้านบาท และยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารเผื่อแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิน 300 ราย

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีดังกล่าวผู้กระทำผิดคือ นายภัทริคณ์ หรือ อาจารย์โหน่ง นั้นเป็นผู้มีอำนาจลงนามสูงสุดของบริษัทอีแอลซีทัวร์ ส่วนจะมีใครหรือแจ้งข้อหาใครเพิ่มเติมนั้น อยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทดังกล่าวมีการนำข้าราชการระดับสูงไปท่องเที่ยวเพื่อให้บริษัทฯ เกิดความน่าเชื่อถือ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวถ้ามีการสอบสวนไปถึงบุคคลใดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือไม่ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนการดำเนินการเยียวยาผู้เสียหาย หรือการคืนเงิน ต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยจะประสาน ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สิน ว่ามีการถ่ายเททรัพย์สินอย่างไร เพื่อติดตามยึดทรัพย์สินกลับคืนผู้เสียหายต่อไป


ด้าน พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า สำหรับในขั้นตอนหลังจากนี้หากมีผู้เสียหายท่านใดที่ถูกหลอกลวงให้จ่่ายเงินแล้วไม่ได้เดินทาง หรือจ่ายเงินเป็นสมาชิกแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดเดินทาง และเคยถูกหลอกลวงได้รับความเสียหาย สามารถเข้าให้ปากคำหรือแจ้งความเพิ่มเติมได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" และข้อหาผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยว

รายงานข่าวแจ้งว่า มีกลุ่มประชาชนจำนวนเกือบ 20 คน ที่เคยเดินทางไปกับบริษัทอีแอลซีทัวร์ และนายภัทริคณ์ได้เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมทั้งกล่าวว่า กลุ่มพวกตนเคยเดินทางมาแล้ว และไว้ใจประทับใจในการบริการ พร้อมทั้งได้จองแพ็กเก็จเดินทางล่วงหน้าไปหลายรายการจำนวนเงินหลักแสนบาท โดยส่วนตัวเดินทางมาให้กำลังใจและยังเชื่อมั่นในตัวอาจารย์โหน่ง แต่เมื่อมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ทำให้เราพลาดทริปที่จะเดินทางไป โดยทริปที่จะต้องเดินทางล่าสุดคือวันที่ 11 ส.ค. อยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ เพราะเรายังเชื่อมั่นและมั่นใจว่าจะได้เดินทางแน่นอน นอกจากนี้พวกเราที่เคยเดินทางไปกับอาจารย์โหน่งได้รวบรวมเงินจำนวนหนึ่งมาช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภัทริคณ์ เรตะกุลอาจารย์โหน่งหลอกขายทัวร์ทัวร์ต่างประเทศฉ้อโกงประชาชนสน.หัวหมากปิยะ อุทาโยข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้