ผบ.ตร.สั่งกำชับจับกุมแก๊งแว้นโชว์ซิ่งยกล้อหน้าวัดพระแก้ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เผยห้วง 1 เดือน ผลลุยล้างบางโจ๋นักบิด ลดลงไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
เมื่อวันที่ 29 ก.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าจากกรณีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวเด็กแว้นทำการขับขี่ลักษณะเสียงดัง ผาดโผน บริเวณถนนข้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม ว่า จากกรณีดังกล่าวนั้นได้รับรายงานจาก บก.น.1 เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำพยาน เพื่อพิสูจน์ทราบถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ได้ก่อเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมีจำนวนประมาณ 2-3 ราย โดยจะเร่งรัดติดตามตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ในส่วนของเพจที่โพสต์ข้อมูลลงในโลกโซเชียลนั้น เจ้าหน้าที่เองก็จะประสานงานติดต่อเพื่อมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนต่อไป
ฝากเตือนไปยังกลุ่มวัยรุ่นเยาวชนที่มีความคึกคะนอง ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง นอกจากตัวผู้ขับขี่เองจะถูกดำเนินคดีแล้ว ในส่วนของผู้ปกครอง ผู้ดูแล หรือที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำผิดก็จะมีมาตรการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย จึงอยากให้ช่วยกันอบรมดูแลบุตรหลานให้ดี
ที่ผ่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการกำชับสั่งการให้ทุกกองบัญชาการในสังกัด มีมาตรการในการออกกวดขันและปราบปรามการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาโดยตลอด ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปกำกับและดูแล ที่ผ่านมาในห้วง 1 เดือนมีผลการปฏิบัติทำให้การกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมีอัตราลดลงไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
...
พร้อมได้กำชับสั่งการให้ ผบช.น. และ ผบก.น.1 จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนสอบสวนและเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุในคดีนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง หากประชาชนมีข้อมูล หรือ เบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลข 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ขับขี่ คนซ้อนท้าย และรถ จยย.ของกลางที่ทำผิดกฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โดยพนักงานสอบสวนจะเชิญผู้ปกครองไปทำประวัติ ตักเตือนและอนุญาตให้พาบุตรหลานกลับบ้าน หากเยาวชนเหล่านี้ถูกจับซ้ำอีก ผู้ปกครองจะมีโทษฐานปล่อยปละละเลย ยุยงส่งเสริม หรือจัดให้มีการแข่งขันรถในทางสาธารณะ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท.