ข่าว
100 year

พลิกตร.ภ.8 แจ้งกลับ หลังถูกโบ้ยอุ้มเรียกค่าไถ่ ที่แท้ตามจับคดียาเสพติด

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ค. 2562 17:07 น.
SHARE

คดีวุ่น ตร.ภาค.8 เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.นาขยาด ในข้อหาพยายามฆ่าฯ หลังแจ้งความ 8 ชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตร.บุกอุ้มหนุ่มวัย 24 ปี เรียกเงิน 1.5 ล้านบาทเพื่อไถ่ตัว กลายเป็นเรื่องเป็นราว เพราะ 8 ชายฉกรรจ์ของ ภ.8 รับว่ามาตามจับคดียาเสพติด ผบช.ภ.8 ภ.9 เรียกประชุมพร้อมปิดไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้า...

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น.วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.ฤทธิไกร เหมทานนท์ สว กก.สส.บก.ภ.8 พร้อมพวก ที่ใช้รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน เป็นยานพาหนะ เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.วิทยา สุทธิรักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาขยาด อ.ควนขนุน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายเชาวลิต หรือ แป้ง ทองด้วย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 / 3 หมู่ที่ 6 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง พร้อมพวก ประมาณ 20 คน ในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุมและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยเหตุเกิดบนถนนเอเชีย ช่วงขาขึ้น ท้องที่หมู่ที่ 7 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 

อย่างไรก็ตาม ในการแจ้งความเอาผิดกับนายเชาวลิต ในครั้งนี้ด้านพ.ต.ต.ฤทธิไกร เหมทานนท์ สว กก.สส.บก.ภ.8 ได้ระบุในบันทึกการแจ้งความว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตน ซึ่งเป็นตำรวจในสังกัด กก.สส.2 บก.ภ.8 ได้เดินทางมายังพื้นที่ จ.พัทลุง ในตอนเย็นวันที่ 2 ก.ค. 62 เพื่อขยายผลคดียาเสพติดในพื้นที่ จ.พัทลุง ต่อมาได้ไปนำตัวนายสิทธิเดช จากบ้านพักในท้องที่ ม.2 ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง เพื่อขยายผลการจับกุมคดียาเสพติด และนายสิทธิเดชได้ตกลงกับชุดตำรวจดังกล่าวว่าจะให้พรรคพวกนำยาเสพติดจำนวนหนึ่งมาให้กับตำรวจชุดดังกล่าว โดยนัดมอบกันในเวลาประมาณ 23.00 น.ของคืนวันที่ 2 ก.ค. 62 ณ บริเวณริมถนนเอเชีย ช่วงขาขึ้น ท้องที่ หมู่ที่ 7 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 

ในช่วงที่กำลังรอของกลางยาบ้าอยู่นั้น ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือประมาณ 20 คน มีรถกระบะ 4 คัน เป็นยานพาหนะได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและกระจายกำลังปิดล้อมกำลังชุด ตร.ภ. 8 ทั้งบนถนนเอเชีย ขาขึ้น และขาล่อง ต่อมากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวภายใต้การนำของนายเชาวลิต ทองด้วง ก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ ตร.ภ.8 จนกระสุนถูก ร.ต.อ.อภิชาติ สกุลกิจ รอง สว.กก.สส.บก.8 ได้รับบาดเจ็บและได้นำเข้ารักษาใน รพ.พัทลุง ซึ่งกำลังชายฉกรรจ์ได้ใช้อาวุธปืนจี้บังคับเอาตัวนายสิทธิเดช(เหยื่อที่ถูกอุ้ม) อาวุธปืน 4 กระบอก พร้อมกระสุน และแม็กบรรจุกระสุน ประกอบด้วย อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้แยกตัวกันกลับ ต่อมาในตอนดึกคืนเดียวกัน นายสิทธิเดช ทรงเดชะ อายุ 24 ปี เหยื่อที่ถูกอุ้ม ได้นำความเข้าแจ้งต่อ ร.ต.อ.ภิญโญ ขาวเผือก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง พร้อมนำอาวุธปืนลูกซองมามอบให้กับตำรวจด้วย

อย่างไรก็ตามในตอนสายวันที่ 4 ก.ค. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พ.ต.อ.อานนท์ เดชรักษา รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง (รก.ผบก.ภ.จว.พัทลุง) ได้เป็นประธานตำรวจชุดคลี่คลายคดีทั้งของ สภ.ลำปำ และ สภ.นาขยาด โดยมี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิ และ พ.ต.ท.ชาญวิทย์ ศรีหร่าย สว.สภ.ลำปำ เข้าร่วมประชุมด้วย แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพแต่อย่างใด หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมทางด้าน พ.ต.อ.อานนท์ เดชรักษา รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง (รก.ผบก.ภ.จว.พัทลุง) เผยว่า การสืบสวนสอบสวนและการคลี่คลายคดีดังกล่าวจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทางตนจะให้ความเป็นธรรมกันทั้ง 2 ฝ่าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนกระบวนการสืบสวนสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ความเป็นธรรมกันทั้ง 2 ฝ่าย สำหรับตนเองไม่สามารถให้รายละเอียดของคดีได้ ผู้ที่จะให้รายละเอียดต่อสื่อมวลชนได้นั้นต้องเป็น ผบช.ภ.9 หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก ผบช.ภ.9 เท่านั้น

ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.อานนท์ พร้อม พ.ต.ท.ชาญวิทย์ ศรีหร่าย สว.สภ.ลำปำ และ จนท.ตำรวจหน่วยเก็บกู้ ทำลายว้ตถุระเบิด พร้อม จนท.พิสูจน์หลักฐานพัทลุง ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุบนถนนเอเซีย ช่วงขาล่อง ท้องที่ ม.7 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน ซึ่งจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตร.พบปลอกกระสุน เอ็ม 16 ตกอยู่ 5 ปลอก และปลอกกระสุนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก จึงได้นำไปเป็นหลักฐานในการสืบสวนสอบสวนต่อไป 

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ศุภธัช คำดี รอง ผบช.น. ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผบช.ภ.9 เดินทางมาติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว และได้เปิดประชุมการสืบสวนสอบสวนและการคี่คลายคดีในพื้นที่ สภ.ลำปำ และ สภ.นาขยาด โดยมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่จาก ภ.8 ตำรวจกองปราบ และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของ ภ.จว.พัทลุง เข้าร่วมประชุมด้วย แต่หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมทางด้าน พล.ต.ต.ศุภธัช ได้เข้าไปร่วมประชุมกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้ง ภ.8, ภ.9 ในห้องทำงานของ พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง เพื่อหลีกเลี่ยงการพบกับกลุ่มสื่อมวลชนที่รอการทำข่าว และสั่งนายตำรวจนายหนึ่งมาบอกว่าปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดกับสื่อมวลชนในคดีที่เกิดขึ้นดังกล่าว

ด้านญาตินายสิทธิเดช เหยื่อถูกอุ้มรายหนึ่ง เผยว่า หลังจากที่นายสิทธิเดช ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าเป็น ตร.ภ.8 มาอุ้มตัวไปนั้น ทางญาติได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปหานายตำรวจ ระดับสูงบางรายของ ภ.จว.พัทลุง เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทุกคนปฏิเสธให้การช่วยเหลือ จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากทางญาติๆ จนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นดังกล่าว

ส่วนทางด้านนางสุติมา ณ อายุ 27 ปี ภรรยานายสิทธิเดช เผยว่า ในคืนเกิดเหตุตนได้นำเงินสดจากการยืมจากเพื่อนๆ และญาติมิตร รวม 4 แสนบาท และจากนายสมชาย บิดานายสิทธิเดช อีก 4 แสนบาท เพื่อนำไปไถ่ตัวสามี ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่า ตร.ชุดดังกล่าวรู้ได้อย่างไรว่านายสมชาย ผู้เป็นบิดานายสิทธิเดชได้ขายรถบรรทุกสิบล้อ ได้เงินมากว่า 1 ล้านบาท 

ในส่วนของการคลี่คลายคดีดังกล่าวนี้ ในวันนี้ (4 ก.ค.) ร.ต.อ.ภิญโญ ขาวเผือก พงส.สภ.ลำปำ ได้นัดแนะให้นายสิทธิเดช นำอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้ามาโรงเรียน เพื่อตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าว ในขณะที่ ตร.ทุกนายได้ถูกกำลังจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้ง ภาค 8,9 สั่งปิดปากโดยสิ้นเชิง ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ด้านพล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 เผยกับว่า ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว โดยจากรายงานของชุดปฏิบัติการในครั้งนั้นระบุว่า ได้มีการขยายผลการสืบสวนคดียาเสพติดจากพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฏร์ธานี โดยกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้หลบหนีเข้าไปยังพื้นที่ จ.พัทลุง ชุดปฎิบัติการได้ติดตามไป ซึ่งที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งล้อมชุดปฏิบัติการไว้ พร้อมกับมีการปะทะกันขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของทีมปฏิบัติการได้รับบาดเจ็บที่ขา 1 นาย จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ยึดปืนของเจ้าหน้าที่ไว้ และมีการนำมาคืนภายหลัง ซึ่งขณะนี้ตามรายงานพบว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.ในพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนของ สภ.นั้นๆเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงกันไป

ผบช.ภ.8 กล่าวเพิ่มว่า ส่วนกรณีการสอบสวนข้อเท็จจริงมอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทเดช ย้อนนวล รอง.ผบช.ภ.8 ลงพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการทางวินัยกับชุดที่เข้าไปปฏิบัติการดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าพบความผิดตามที่มีการนำเสนอข่าวก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับชุดที่เข้าไปปฏิบัติการ แต่ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการทางวินัยแต่อย่างใด มันยังเร็วเกินไปที่จะดำเนินการดังกล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อ้างตร.ภ.8อุ้มหนุ่ม34เรียกค่าไถ่ซ้อนแผนชองตัวพัทลุงข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้