จบลงด้วยดี คดีเสี่ยเบนซ์เมาขับชน “รองตี๋” ลูกสาว 2 คน บรรลุนิติภาวะเมื่อไหร่เตรียมรับเงินคนละ 15 ล้าน ส่วนคู่กรณียอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ผลเป็นยังไงขึ้นอยู่กับศาลพิจารณา

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 พ.ค.62 นายวีรวุฒิ บำรุงใจ ทนายความของ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของ บจก.ไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ผู้ต้องหาเมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถเก๋งของ พ.ต.ท.จตุพร หรือรองตี๋ งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เสียชีวิตพร้อมภรรยา เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางไปยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางให้กำหนดผู้อนุบาลดูแลจัดการทรัพย์สินทั้งหมดของบุตรสาวทั้ง 2 คนของรองตี๋เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“โดยนายสมชาย ได้มอบเงินให้กับบุตรสาวของคู่กรณีทั้งคู่ รวม 30 ล้านบาท ไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน และทำการลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง เอาไว้แล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะรออัยการฟ้อง ซึ่ง นายสมชาย ก็จะยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จากนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลท่านจะตัดสินเช่นไร”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากเงินจำนวน 30 ล้านบาท ที่เป็นค่าดูแลบุตรสาว 2 คนของรองตี๋ ที่ได้รับในวันนี้เเล้ว ยังมีส่วนที่ นายสมชาย ชดใช้ไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ ค่าอุปการะให้บุพการีของรองตี๋กับภรรยา จำนวน 5 ล้านบาท ค่ารถยนต์คันใหม่ที่ซื้อให้ทดแทนรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ 1.6 ล้านบาท ค่าหนี้สินบัตรเครดิตของผู้ตายทั้ง 2 ราย 5 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาล ด.ญ.พิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชาสกุล อายุ 12 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจนอาการหายดี รวมทั้งสิ้นกว่า 45 ล้านบาท

ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผกก.ศาลาแดง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายไปดำเนินการเรื่องขอให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกำหนดผู้อนุบาลดูแลจัดการทรัพย์สินของทายาทผู้ตายเเล้ว ได้พากันมาลงบันทึกประจำวันเอาไว้กับพนักงานสอบสวน โดยขั้นตอนนี้ทางทนายความของฝ่าย นายสมชาย คงเล็งเห็นว่า จำเป็นต้องปฏิบัติเพื่อเอาหลักฐานนำไปขอบรรเทาโทษต่อศาล ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของฝ่ายผู้ต้องหา ที่จะกระทำได้

...

สำหรับพนักงานสอบสวนนั้นก็จะเดินหน้าทำสำนวนฟ้องต่อไปตามกฎหมาย แต่ท้ายที่สุดจะถูกตัดสินโทษหนักหรือเบาอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของศาล.