ตำรวจแจ้ง 7 ข้อหาหนัก พรานหนุ่มชาวกะเหรี่ยง ลักลอบล่าสัตว์ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค ภายหลังเจ้าหน้าที่ระดมกำลังสกัดจับตรวจค้นพบหลักฐานคาหนังคาเขาเป็นซากหมีขอและซากลิงกังรมควันจำนวนมาก

จากกรณีนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อม เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า จับกุม นายซาตู ไม่มีนามสกุล อายุ 26 ปี ชาวกะเหรี่ยงที่ลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ในประเทศไทย ตรวจค้นรอบบริเวณ พบอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุน ซากหมีขอรมควัน จำนวน 21 ชิ้น ซากลิงกังรมควัน จำนวน 24 ชิ้น และเครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหารอีกจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดที่บริเวณป่าเหมืองเดวิด หมู่ที่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ห่างชายแดนไทย-พม่า ระยะ ประมาณ 3 กิโลเมตร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 01.05 น.วันที่ 23 พ.ค.62 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้นำตัว นายซาตู ไม่มีนามสกุล อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง เข้าพบ ร.ต.อ.กสานต์ พารา รองสว.(สอบสวน) สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีในข้อหากระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ 1.ฐานร่วมกันนำสัตว์ออกไป หรือทำประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ ตามมาตรา16 (3) และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504

...

2.ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 18 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504

3. ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และ มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

4. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

5.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

6. ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

และ 7.ความผิดฐานคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติม ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิดต่อไป

โดยพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ไว้ คดีอาญาที่ 206/2562 ยึดทรัพย์ที่ 125/2562 ลงวันที่ 23 พ.ค.62 ปจว.ข้อ 2 เวลา 01.05 น.

ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อม พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พร้อม ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 136 (ไทรโยค) ทหาร กกล.รส.มทบ.17(ไทรโยค) เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม ศกก.สภ.ไทรโยค เพื่อรับฟังความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ โดยมี พ.ต.อ.วันชัย อ่อนละออ ผกก.สภ.ไทรโยค พ.ต.ท.บัญญัติ ไชนโกฏ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ไทรโยค พ.ต.ท.วิศนุ ทวีแสง รอง ผกก(สืบสวน) สภ.ไทรโยค ร.ต.อ.กสานต์ พารา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ร่วมรายงานบรรยายสรุป

โดย พ.ต.ท.บัญญัติ รายงานว่า การจับกุมคดีอุทยานไทรโยคจับพรานป่าพร้อมอาวุธสงครามและซากสัตว์ในพื้นที่ สภ.ไทรโยค คดีอาญาที่ 206/2562 ยึดทรัพย์ที่ 125/2562 ลงวันที่ 23 พ.ค.62 มีข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยสอบถามเบื้องต้น ว่า โดยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 13.51 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคกับพวกได้เข้าไปออกตรวจพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค บริเวณป่าเขาเลาะ บริเวณเหมืองเดวิด หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งห่างจากชายแดนไทยเมียนมาประมาณ 3 กิโลเมตร พบร่องรอยการตัดไม้และแกะรอยติดตามเจอชาย 3 คนนอนในเพิงพักชั่วคราว จึงปิดล้อมตรวจสอบ แต่ผู้ต้องสงสัย 2 คน หลบหนีจึงได้ติดตามจับกุมได้จำนวน 1 คนคือ นายซาตู ไม่มีนามสกุลอายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา

จากนั้นได้ทำการตรวจค้นภายในเพิงพักชั่วคราว พบของกลาง 1.ซากสัตว์หมีขอรมควัน จำนวน 21 ชิ้น น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม 2. ซากลิงกังรมควันจำนวน 24 ชิ้น น้ำหนักรวม 2 กิโลกรัม และอาวุธปืนกลมืออัตโนมัติ ยี่ห้อ Colt AR 15 ขนาด 5.56 มม. เลขทะเบียนเลือนรางไม่สามารถอ่านได้จำนวนหนึ่งกระบอก แม็กกาซีนขนาด 5.56 มม. จำนวนหนึ่งอัน กระสุนขนาด 5.56 มม.จำนวน 38 นัด 2.อาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยว ยี่ห้อ Baikal เบอร์ 12 ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด 3.อาวุธปืนแก๊ปจำนวน 1 กระบอก

...

ซึ่งจากการสอบถามนายซาตู โดยใช้ล่ามภาษากะหร่าง ทราบว่า นายซาตู เป็นชาวบ้าน บ้านเคาะป้อก จ.ทวาย มีอาชีพเป็นพรานล่าสัตว์ ไม่ใช่ทหารกะเหรี่ยง KNU โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ค.62 ได้เดินทางออกจากบ้านพักในหมู่บ้านเคาะป้อกเพื่อล่าสัตว์นำกลับไปเป็นอาหาร โดยขี่จักรยานยนต์พร้อมเพื่อนอีก 2 คน คือ นายซาปุ้ย อายุ 20 ปี และนายพอลลา อายุ 50 ปี ใช้เวลาครึ่งวันถึงชายแดนไทย เนื่องจากสัตว์ในเมียนมามีน้อยมาก จึงใช้เวลาเดินเท้าไปเรื่อยๆ อีกครึ่งวันจึงมาถึงที่เกิดเหตุ และได้ล่าสัตว์ 1 วัน โดยได้หมีขอ 1 ตัว กับลิงกัง 1 ตัว แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับกุม ส่วนอาวุธปืนเป็นของเพื่อนที่หลบหนีไปได้

หลังจากนั้น พล.ต.ต.สุวิทย์ ได้ร่วมสอบปากคำนายซาตูและได้สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลขอออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน ส่วนอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนของกลางได้ส่งพิสูจน์หลักฐานภาค 7 และซากสัตว์ส่งให้นิติวิทยาศาสตร์กรมอุทยานฯ ตรวจสอบชิ้นเนื้อเพื่อนำข้อมูลประกอบสำนวนสอบสวน คาดใช้เวลา 1 เดือนคงได้ผลการตรวจสอบ และเร่งสอบปากคำผู้ต้องหาและนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีต่อไป

มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงชายแดนด้านจังหวัดกาญจนบุรีได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดประสานงานชายแดนประจำบ้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ประสานงานกับกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง KNU ที่อาศัยอยู่แนวตะเข็บชายแดน โดยประสานตรวจสอบข้อมูลของนายซาตู ได้รับการแจ้งตอบจาก KNU ว่า นายซาตูไม่ใช่ทหารของหน่วย KNU.