ส.ต.ท.โรงพักกะพ้อ จ.ปัตตานี พร้อมพวกรวม 6 นาย ยื่นหนังสือร้อง “รอง ผบช.ภ.9” ถูกแก๊งชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวน อุ้มเข้าเซฟเฮาส์ โดนเรียกเงิน 5 แสน แลกกับการปล่อยตัว ไม่ยัดข้อหา

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 มีรายงานข่าว แจ้งว่า พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบ กรณี ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่(ป) สภ.กะพ้อ จังหวัดปัตตานี ทำหนังสือร้องเรียน โดยอ้างว่า เมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 26 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวนภาค 9 อุ้มไปรีดทรัพย์พร้อมพวกที่เป็นตำรวจ รวม 6 นาย ก่อนนำตัวไปกักขังหน่วงเหนี่ยวที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่หาดใหญ่

โดยในหนังสือร้องเรียนยังระบุอ้างอีกว่า ในคืนดังกล่าวมีรถกระบะวีโก้สีดำมาจอด และมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 10 คน ลงมาจากรถ และมุ่งตรงมาที่ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าเป็นใคร จากนั้นเพื่อนที่เป็นตำรวจด้วยกันได้นำอาวุธปืน M16 ซึ่งเป็นปืนประจำกายที่อยู่ในรถเก๋งออกมาจากรถ โดยทำท่าจับแนวเฉียงเพื่อที่จะข่มขู่และไม่ให้เข้ามา แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ แต่ไม่ได้มีการแขวนบัตรให้เห็น และได้เข้าประชิดตัวจับกุม ส.ต.ท.สัญลักษณ์และเพื่อนๆ ที่เป็นตำรวจ รวม 6 นาย

จากนั้นได้ควบคุมตัวไปกักขังหน่วงเหนี่ยวที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในซอยร้านอาหารสุขขำ ใกล้ๆ กับสามแยกท่าแซ 1 คืน โดยที่ไม่ได้นำส่งพนักงานสอบสวนพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทำการบันทึกการจับกุม แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนของทางราชการ ออกนอกพื้นที่ ไว้ในครอบครอง และพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ในการจับกุม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ให้ นางสาวเอ (นามสมมติ) แฟนสาวของเจ้าหน้าที่ในการจับกุม เป็นธุระประสานญาติๆ ของ ส.ต.ท.สัญลักษณ์และเพื่อนๆ ให้นำเงิน จำนวน 500,000 บาท มาให้ แลกกับการพ้นผิดข้อกล่าวหาไม่ต้องดำเนินคดีใดๆ และจะทำการปล่อยตัวไป

เมื่อทางญาติพี่น้องรับทราบเรื่องแล้ว เกิดความกลัว เกรงว่า ส.ต.ท.สัญลักษณ์ และพวกจะถูกจับและออกจากการเป็นข้าราชการตำรวจ จึงเร่งรวบรวมทรัพย์สินที่มีไปขายและได้เงินจำนวน 120,000 บาท จากนั้นจึงรีบเดินทางจาก จ.พัทลุง ไปหาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เซฟเฮาส์ตามนัดหมาย โดยที่ญาติของ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ และเพื่อนๆ ถูกแยกไม่ได้เจอหน้ากัน ซึ่งในการเจรจานั้นเจ้าตัวไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น

โดยฝั่งญาติ ได้ยื่นข้อเสนอต่อรองกับชุดจับกุมถึงจำนวนเงิน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสั่งผ่านนางสาวเอ (นามสมมติ) ลดให้เหลือ 200,000 บาท ซึถ้าไม่ได้เงินตามจำนวนดังกล่าวจะส่งดำเนินคดีทันที ซึ่งญาติของ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จึงตัดสินใจจำนำรถยนต์เก๋ง โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ก 2941 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหาย ได้เงินตกลงทางวาจา จำนวน 80,000 บาท รวมกับ 120,000 บาท ครบ 200,000 บาท แต่ฝ่าย น.ส.เอ กลับบอกว่า คิดดอกเบี้ย ร้อยละสิบจาก 80,000 บาท เป็น 88,000 บาท หากจะมาทำการไถ่ถอนคืนภายหลัง

จากนั้นจึงมีการปล่อยตัวผู้เสียหาย พร้อมพวก จำนวนทั้งหมด 6 คน และได้คืนอาวุธปืนประจำกายของ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ในช่วงเที่ยงของวันที่ 27 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา จากนั้น ส.ต.ท.สัญลักษณ์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สยบมาร ไมตรีจร เจ้าหน้าที่ชุด EOD จ.ปัตตานี ผู้เป็นลุงและครอบครัว ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือ และหลักฐาน ต่อ พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อขอความเป็นธรรม

ด้าน พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9 กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าตำรวจในพื้นที่ทราบว่า น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม ในส่วนที่มีการรีดทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันเพิ่มเติมว่ามีการนัดเจรจาเรียกเงินเรียกทองจริงหรือไม่ ตนเองพร้อมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีการประชุมติดตามทั้งสองฝ่าย ต้องรอหลักฐาน 2-3 วันถึงมีคำตอบที่ชัดเจน ยืนยีนพร้อมจะให้ความเป็นธรรมในการสอบสวนทั้งสองฝ่าย

ทาง ด้าน พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ กล่าวว่า เหตุเกิดในพื้นที่ของตน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่ใช่ ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ และอยู่คนละชุดกัน เรื่องนี้ตนเองก็รอผู้เสียหายมาแจ้งความ ตนเองก็พร้อมรับแจ้งความและนำไปสืบพยานหลักฐาน ถ้าหลักฐานชัดเจนก็จะดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทาง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวเป็นตำรวจกลุ่มดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นรู้ตัวแล้วว่าเป็นใครบ้าง พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายมาแจ้งความ สภ.หาดใหญ่ พื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นอาจจะเข้าข่ายคดีอาญา ส่วนทางวินัยถ้าหากสืบสวนแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินคดีทางวินัยให้ถึงที่สุด

“ขอให้ตำรวจทุกนายทำงานอย่างตรงไปตรงมา เป็นที่พึ่งของประชาชน หากว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดกระทำการที่ไม่ถูกต้องจะดำเนินการให้ถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งขณะนี้ทราบว่าทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ พร้อมญาติได้เตรียมพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวเป็นตำรวจในทางคดีอาญาแล้ว” ผบช.ภ.9 กล่าวทิ้งท้าย.