สองผัวเมียร้องนักข่าวไทยรัฐช่วยเปิดโปงรายละเอียดคดีสุดอัปยศ เถ้าแก่สวนยางหื่นเกินบรรยาย ข่มขืน 3 เด็กหญิง 1 เด็กชายครอบครัวเดียวกันนานหลายปีจนเรื่องแดง แจ้งความดำเนินคดีสภ.ปากน้ำหลังสวน ก็แล้ว กลับได้ประกันตัว หนำซ้ำยังใช้อิทธิพลข่มขู่คุกคาม เหยื่อต้องอยู่อย่างหวาดผวา
เมื่อวันที่ 25 เม.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (24 เม.ย.) ได้ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกว้างขนาด 8 เมตร กั้นด้วยอิฐบล็อกไม่ได้ฉาบปูน อยู่ในสวนมะพร้าวตำบลบางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบกับ นางหญิง (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี และนายดำ (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี สองสามีภรรยา อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา หลังได้รับการร้องเรียนว่าลูกสาวอายุ 14 ปี กับหลานชายอายุ 10 ขวบ และหลานสาวอีก 2 คน อายุ 9 ขวบ และ 6 ขวบ โดยลูกและหลานๆ ทั้ง 4 คน ได้ถูกเถ้าแก่สวนยางพาราซึ่งเป็นนายจ้างล่วงละเมิดทางเพศมานานหลายปีจนเรื่องแดงมารู้ความจริง จึงไปแจ้งความดำเนินคดีแต่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมา แล้วถูกข่มขู่คุกคามจะฆ่าให้ตายจนเกิดความหวาดกลัว ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
นางหญิง ได้เล่าเรื่องราวอันรันทดหดหู่ใจที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตนเองด้วยน้ำตา ว่า ชีวิตครอบครัวได้ย้ายมาจาก จ.สกลนคร ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2550 ได้พาครอบครัวมารับจ้างกรีดยางพาราอยู่ในพื้นที่อำเภอสวี ให้กับเถ้าแก่คนหนึ่งชื่อนายสุรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุประมาณ 50 ปี โดยตนพาลูกสาวมาอยู่ด้วย ซึ่งนายสุรินทร์นายจ้างเป็นคนใจดีชอบช่วยเหลือครอบครัวตนมาตลอดและยังรักเอ็ดดูลูกสาวตนเหมือนลูก ต่อมานายสุรินทร์ได้ชักชวนให้ครอบครัวตนไปปลูกบ้านหลังเล็กๆ พอได้อยู่ได้อาศัยในสวนยางพาราอีกแห่งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางมะพร้าว อ.หลังสวน และนายสุรินทร์ก็มักจะพาลูกสาวตนไปเลี่ยงดูอยู่ที่บ้านเป็นประจำ แล้วเย็นๆ ค่ำๆจะนำมาส่ง
...
นางหญิง เล่าต่อว่าต่อมา เวลาผ่านไปลูกสาวตนเริ่มโตเป็นสาวขึ้น ภรรยาของนายสุรินทร์เกิดอาการหึงหวงตามมาด่าอาละวาดครอบครัวตนอย่างรุนแรงหาว่าส่งลูกสาวให้ไปเป็นเมียน้อยนายสุรินทร์ เมื่อสอบถามลูกสาวตนก็ไม่ยอมพูดอะไร จนมาช่วงปี พ.ศ.2555 ตอนนั้นลูกสาวตนอายุ 14 ปีแล้ว นายสุรินทร์มาที่บ้านได้ถูกลูกสาวตนชี้หน้าด่านายสุรินทร์ว่าได้สร้างตราบาปให้กับตนเองและขออย่าให้นายสุรินทร์และภรรยามาอาละวาดประจานตนเองอีกเลย ทำให้ตนและสามีรู้เรื่องราวการถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นกับลูกสาวตนที่มีมานานหลายปี จนตนความดันขึ้นสูงต้องเข้าโรงพยาบาล ส่วนสามีถึงกับเป็นลมและกลายเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว ขณะที่นายสุรินทร์มาขอเคลียร์เจรจาจ่ายเงินให้ 2 หมื่นบาท จึงรับไว้ด้วยความจำยอม เพราะว่าตนเป็นคนต่างถิ่นมารับจ้างและอาศัยเขาอยู่
นางหญิง กล่าวอีกว่า กระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมาเห็นหลานชายอายุ 10 ขวบ และหลานสาวอีก 2 คน อายุ 9 ขวบ และ 6 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของลูกสาวคนโตของตนที่มาอาศัยอยู่และรับจ้างกรีดยางด้วยกัน มีอาการแปลกๆ ผิดปกติ เมื่อคาดคั้นสอบถามโดยเฉพาะหลายชายวัย 10 ขวบ บอกว่าถูกนายสุรินทร์จับบังคับร่วมเพศทางทวารหนักจนสำเร็จความใคร่ ส่วนหลานสาวอีก 2 คน ก็ถูกลวนลามและพยายามข่มขืนแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากยังเด็ก แต่นายสุรินทร์ได้สำเร็จความใคร่ตนเองใส่อวัยวะของเด็กหญิงทั้ง 2 คน หลายครั้งต่างวันต่างเวลากัน
เมื่อทราบเรื่องตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากน้ำหลังสวน และตำรวจได้ส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลหลังสวน ผลการตรวจพบว่า ลูกสาววัย 14 ปี มีอาการติดเชื้อมีตกขาวในช่องคลอด และมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ส่วนหลานชายอายุ 10 ขวบ มีร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางทวารหนัก มีทั้งคราบวาสลีนและครีมทาหล่อลื่นในช่องทวารหนัก ส่วนหลานสาวอีกสองคนก็มีร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศที่อวัยวะเพศเช่นกัน จากนั้นครอบครัวจึงตัดสินใจย้ายที่อยู่อาศัย ไปทำงานกรีดยางกับนายจ้างคนใหม่ในพื้นที่ตำบลบางมะพร้าว อ.หลังสวน ขณะที่ตำรวจจับนายสุรินทร์มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้รับการประกันตัวออกมา
หลังจากนั้นคนในครอบครัวตนได้ถูกญาติๆของนายสุรินทร์ ตามข่มขู่มาตลอด ทั้งส่งคลิปเสียงและข้อความมาทางมือถือ และเมื่อสามวันที่ผ่านมาได้มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งขับรถตู้เข้ามาในหมู่บ้านนำภาพถ่ายของเด็กๆ ที่ถูกข่มขืนทั้งหมด ไปสอบถามตามร้านค้าในหมู่บ้านถึง 2 ร้านว่า รู้จักเด็กเหล่านี้ไหม ด้วยความหวาดกลัวและเป็นครอบครัวที่ยากจนไม่มีญาติ กลัวว่าจะถูกอิทธิพลของคนมีฐานะร่ำรวย จึงต้องร้องเรียนไปยังสื่อมวลชนดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นไปยัง พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า หลังทราบเรื่องจึงได้สั่งการให้ตำรวจเจ้าของคดีนำสำนวนไปพบที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในวันพรุ่งนี้ ว่ามีการดำเนินการไปแล้วอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งได้รวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นและรัดกุม เพื่อให้ผู้กระทำผิดรับโทษสูงสุด
“ส่วนเรื่องที่ครอบครัวผู้เสียหายถูกข่มขู่คุกคามได้สั่งการได้ให้ ผกก.สภ.ปากน้ำหลังสวน เข้าไปดูแลความปลอดภัยแล้ว ตนรู้สึกตกใจมากไม่คิดว่าจะมีเรื่องชั่วช้าอย่างนี้เกิดขึ้นในจังหวัดชุมพร.”