เจ้าหน้าที่แคนาดาพบเสื้อเปื้อนคราบเลือดและอัญมณีที่หายไป อยู่กับหนุ่มชาวแอฟริกาใต้ ผู้ต้องหาฆ่านักธุรกิจสาวไทย ตรงกับรูปตำรวจไทยส่งให้ เร่งหารือ ประสานทางการแคนาดา ส่งตัวกลับมารับโทษในไทย 

จากกรณีนายมิสวาคี (Mr.Mzwakhe Memela) อายุ 38 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม น.ส.ศุษมา รื่นฤทธิ์ นักธุรกิจจิวเวลรี่ ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 130 เมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกประเทศไปยังฮ่องกง ก่อนจะเดินทางต่อไปที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ล่าสุดสามารถจับกุมตัวนายมิสวาคีได้ที่ประเทศแคนนาดา ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่ห้องศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เปิดเผยความคืบหน้าว่า ทางการแคนาดาได้รวบรวมหลักฐาน เบื้องต้นพบเสื้อเปื้อนคราบเลือดและอัญมณีที่หายไป ซึ่งตรงกับรูปภาพที่ทางการไทยส่งไปให้ ส่วนการดำเนินการจะไปรับตัวหรือส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยจะหารือกับทางการแคนาดาในวันจันทร์ที่ 1 เม.ย.นี้ เพื่อหารือเรื่องการส่งตัวของคนร้าย นอกจากนี้ทางฝรั่งเศสได้อนุมัติหมาย INTERPOL แล้ว จะเห็นได้ว่าเราทำงานอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคมมีความเชื่อมั่นมากขึ้นกับการทำงานข้ามพรมแดน และฝากถึงญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตว่าไม่ต้องกังวลใจขณะนี้เราได้ตัวผู้ต้องหาแล้วและจะนำตัวมารับโทษในประเทศไทยให้ได้

พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจตม.ของแคนาดา ได้ควบคุมตัวนายมิสวาคีไว้ และสามารถตรวจค้นเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่ใช้ในวันก่อเหตุได้ และตรวจพบอัญมณี ที่ตรงกับภาพถ่ายที่ น.ส.ศุษมา รื่นฤทธิ์ นักธุรกิจจิวเวลรี่ ผู้ตายได้สวมใส่ไว้ ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็นอัญมณีที่ได้จากตัวเหยื่อไป โดยอยู่ระหว่างประสานงานเอาตัวกลับมาลงโทษในประเทศไทย 

...

พล.ต.ต.พนัญชัย ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงสำคัญของประเทศทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ได้สั่งกำชับเรื่องการปิดประตูเปิดประเทศให้เล็กลง โดยทาง ตม.หน้าด่านจะต้องตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาภายในประเทศจะเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวจริงหรือไม่ ถ้าเข้ามาท่องเที่ยวไม่จริงหรือไม่มีเอกสาร หรือเงิน ก็จะผลักดันกลับประเทศต้นทาง และจะเอกซเรย์พื้นที่ทั่วประเทศ โดยวันนี้ทางบก.สส.สตม.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มคนผิวสีในย่านลาดพร้าว และหัวหมาก

นอกจากนี้ทาง บก.สส.สตม. ยังได้ทำงานร่วมกับตำรวจทางหลวงหลังจากทราบข่าวเรื่องรถตู้นำชาวต่างชาติเดินทางไปแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจำนวนหลายคน จากการข่าวพบว่ารถตู้สีเขียวจะวิ่งฝั่งตะวันตก รถตู้สีม่วงจะวิ่งฝั่งตะวันออก ซึ่งจะนำคนต่างชาติไปอินเอาต์ อยู่ระหว่างทำการสืบสวนประสานตำรวจทางหลวง สกัดจับนำตัวมาลงโทษต่อไป